อายุความหนี้ (บัตรเครดิต เช่าซื้อ เงินกู้ สินเชื่อส่วนบุคคล)

โดย เจตน์สฤษฎิ์ ไชยงค์ 15 Sep 2026 · 11:58 น. 12 ครั้ง คดีแพ่ง
อายุความหนี้ (บัตรเครดิต เช่าซื้อ เงินกู้ สินเชื่อส่วนบุคคล)
แชร์: คัดลอกแล้ว!

อายุความหนี้

(อายุความบัตรเครดิต อายุความเช่าซื้อ อายุความเงินกู้ อายุความสินเชื่อส่วนบุคคล)

อายุความหนี้

1. หนี้ขาดอายุความแล้ว เจ้าหนี้ยังฟ้องได้หรือไม่ ?

ฟ้องได้ครับ : นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด หนี้ที่ขาดอายุความไม่ได้ทำให้หนี้ระงับไปแต่อย่างใด เจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิฟ้องร้องบังคับคดีได้เสมอ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/9 ที่บัญญัติว่า “สิทธิเรียกร้องใดๆ ถ้ามิได้บังคับภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด สิทธิเรียกร้องนั้นเป็นอันขาดอายุความ”

การขาดอายุความเป็นเพียง “สิทธิของลูกหนี้ในการปฏิเสธการชำระหนี้” ตามมาตรา 193/10 เท่านั้น ไม่ใช่เหตุให้ศาลยกฟ้องได้เอง — ศาลไม่มีอำนาจหยิบยกอายุความขึ้นเองเพื่อยกฟ้องคดี

จุดที่พลาดไม่ได้ : ต้องยกอายุความขึ้นต่อสู้เอง

เมื่อถูกธนาคารหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ฟ้อง จำเลยหรือลูกหนี้ต้องยกเหตุขาดอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคำให้การ เพื่อปฏิเสธการชำระหนี้ตามฟ้อง หากไม่ยกขึ้นต่อสู้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ศาลก็ไม่อาจนำเอาอายุความมาเป็นเหตุยกฟ้องได้ ตามมาตรา 193/29 ที่บัญญัติว่า “เมื่อไม่ได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะอ้างเอาอายุความมาเป็นเหตุยกฟ้องไม่ได้”

สรุป : แม้หนี้จะขาดอายุความไปแล้วกี่ปีก็ตาม หากยังไม่ได้ชำระหนี้ให้ครบถ้วน ก็ยังคงเป็นหนี้กันอยู่ตลอดไป เจ้าหนี้ฟ้องได้เสมอ เพียงแต่ลูกหนี้มีสิทธิยกอายุความขึ้นต่อสู้เพื่อปฏิเสธการชำระหนี้เท่านั้น

2. อายุความหนี้ แต่ละประเภท

  • หนี้บัตรเครดิต : อายุความ 2 ปี (มีลักษณะเป็นการออกเงินทดรอง)

  • หนี้เบิกเงินเกินบัญชี (OD) / บัญชีเดินสะพัด : อายุความ 10 ปี

  • หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล : อายุความ 5 ปี

  • หนี้บัตรกดเงินสด / สินเชื่อเงินสด : อายุความ 10 ปี (ไม่มีลักษณะเป็นการออกเงินทดรอง) ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9043/2554 และฎีกาที่ 2922/2561

  • หนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ : อายุความ 2 ปี

  • ค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ : อายุความ 2 ปี

  • ค่าเสียหายจากการที่ผู้เช่าซื้อใช้ทรัพย์สิน : อายุความ 6 เดือน

  • ค่าขาดราคา ค่าขาดประโยชน์ ค่าติดตาม เรียกให้ส่งคืนหรือใช้ราคาแทน : อายุความ 10 ปี

  • การฟ้องติดตามเอารถยนต์คืน : ไม่มีอายุความ

  • หนี้ตามสัญญากู้ยืมที่ผ่อนต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวดๆ : อายุความ 5 ปี

  • หนี้เงินกู้ทั่วไปที่กำหนดชำระเงินต้นคืนทั้งหมดในครั้งเดียว : อายุความ 10 ปี ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระอายุความ 5 ปี นับแต่วันที่อาจฟ้องเรียกเอาดอกเบี้ยได้ ตามมาตรา 193/30 และมาตรา 193/33 (1)

3. การเริ่มนับอายุความ กรณีผ่อนชำระเป็นงวด

กรณีที่ 1 — ลูกหนี้ไม่มาชำระหนี้เลยนับแต่วันครบกำหนดชำระในงวดแรก การนับระยะเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน ปี มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลารวมเข้าด้วยกัน ตามมาตรา 193/3 วรรคสอง อายุความจึงเริ่มนับถัดจากวันที่ผิดนัดชำระหนี้งวดแรก และสิ้นสุดเมื่อครบกำหนด 5 ปี

กรณีที่ 2 — ลูกหนี้มาชำระหนี้บางส่วน ไม่ว่าจะเป็นเงินต้น ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยผิดนัด หรือเบี้ยปรับ (ถ้ามี) อายุความในการฟ้องคดีย่อมสะดุดหยุดลง และให้เริ่มนับอายุความใหม่ในวันถัดจากวันที่ได้มีการกระทำอันเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง ตามมาตรา 193/14 และมาตรา 193/15 โดยเริ่มนับใหม่ตามอายุความของมูลหนี้เดิม

4. หนังสือรับสภาพหนี้ — เครื่องมือ “รีเซ็ต” อายุความ

หนังสือรับสภาพหนี้ คือ หนังสือที่ลูกหนี้ทำให้แก่เจ้าหนี้ รับรองว่าตนเป็นหนี้อยู่จริง ก่อนที่สิทธิเรียกร้องนั้นจะขาดอายุความ ทำขึ้นเพื่อสงวนสิทธิของเจ้าหนี้มิให้สิทธิเรียกร้องขาดอายุความ และใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่ไม่เคยทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไว้แต่แรก

⚠️ ข้อควรระวัง : การรับสภาพหนี้ต้องเกิดขึ้นภายในอายุความของหนี้เดิมเท่านั้น จึงจะมีผลให้อายุความสะดุดหยุดลงนับแต่วันที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้ และเริ่มนับอายุความใหม่ตามมูลหนี้เดิม (ตามมาตรา 193/14)

5. ⚠️ กับดักสำคัญ : อายุความ 1 ปี เมื่อเจ้าหนี้ต้องฟ้องทายาทของเจ้ามรดก

นี่คือจุดที่เจ้าหนี้จำนวนมากพลาดโดยไม่รู้ตัว : เมื่อลูกหนี้ (เจ้ามรดก) เสียชีวิต อายุความหนี้เดิมจะ “หดสั้นลง” เหลือเพียง 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754

หลักเกณฑ์ตามมาตรา 1754 วรรคสาม : เจ้าหนี้กองมรดกต้องฟ้องร้องเรียกให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกชำระหนี้ ภายในกำหนด 1 ปี นับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก มิฉะนั้นเจ้าหนี้จะหมดสิทธิฟ้องร้อง

เพดานสูงสุด : ไม่เกิน 10 ปี (มาตรา 1754 วรรคท้าย) แม้เจ้าหนี้จะยังไม่รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกเลยก็ตาม กฎหมายกำหนดเพดานสูงสุดไว้ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย หากพ้นกำหนดนี้แล้ว สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ย่อมขาดอายุความโดยเด็ดขาด

กฎ “เอาระยะที่สั้นกว่า” : หากอายุความเดิมของมูลหนี้ (เช่น 2 ปี, 5 ปี, หรือ 10 ปี ตามหัวข้อที่ 2) ยาวกว่า 1 ปี เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย เจ้าหนี้ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้หรือควรรู้ถึงความตาย โดยไม่ต้องรอให้ครบอายุความเดิม แต่หากอายุความเดิมสั้นกว่า 1 ปีอยู่แล้ว ก็ยังคงใช้ระยะเดิมนั้นต่อไป

ข้อยกเว้น : มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วก่อนลูกหนี้ตาย

หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลูกหนี้ชำระหนี้แล้ว และลูกหนี้เพิ่งมาเสียชีวิตในภายหลัง เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิบังคับคดีได้ภายใน 10 ปี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ซึ่งเป็นคนละกรณีกับอายุความ 1 ปีตามมาตรา 1754 (ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16195/2556)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16195/2556 (ย่อสั้น)

คดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยออกขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ได้เงินไม่พอชำระหนี้ และความปรากฏว่าจำเลยถึงแก่ความตายไปแล้ว โจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของจำเลยเพิ่ม จึงเป็นกรณีที่โจทก์ขอให้ดำเนินการบังคับคดีเอาจากกองมรดกของจำเลยตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 ซึ่งโจทก์มีสิทธิที่จะดำเนินการดังกล่าวภายในระยะเวลา 10 ปี มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องคดีมรดกซึ่งมีอายุความ 1 ปี นับแต่เมื่อโจทก์เจ้าหนี้ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสาม ดังที่ผู้ร้องอ้าง ผู้ร้องทั้งสามจึงไม่อาจยกเหตุนี้ขึ้นอ้างเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 ได้

ข้อแนะนำสำหรับเจ้าหนี้ : เมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของลูกหนี้ไม่ว่าจากช่องทางใด ควรรีบตรวจสอบทายาทและผู้จัดการมรดก และดำเนินการฟ้องร้องหรือยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากกองมรดกโดยเร็วที่สุด อย่ารอจนใกล้ครบ 1 ปี เพราะการติดตามทายาทและกองมรดกมักใช้เวลานานกว่าคดีปกติ

6. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถาม : ลูกหนี้ตายแล้ว ทายาทต้องรับผิดชำระหนี้แทนหรือไม่?

คำตอบ : ทายาทไม่ต้องรับผิดด้วยทรัพย์สินส่วนตัวของตนเอง แต่ทายาทต้องรับผิดในหนี้สินของเจ้ามรดกเท่าที่ไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตนได้รับ กล่าวคือ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องได้จากกองมรดกเท่านั้น

คำถาม : ถ้าไม่ทราบว่าลูกหนี้เสียชีวิตแล้ว อายุความยังเดินอยู่หรือไม่?

คำตอบ : อายุความ 1 ปีตามมาตรา 1754 วรรคสาม เริ่มนับแต่วันที่เจ้าหนี้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายเท่านั้น แต่ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม สิทธิเรียกร้องจะขาดอายุความโดยเด็ดขาดเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกเสียชีวิตจริง

คำถาม : หนี้ขาดอายุความแล้ว ยังต้องยื่นคำให้การต่อสู้หรือไม่?

คำตอบ : ต้องยื่นเสมอครับ เพราะศาลไม่มีอำนาจหยิบยกอายุความขึ้นเองเพื่อยกฟ้อง หากลูกหนี้เพิกเฉยไม่ยื่นคำให้การต่อสู้ประเด็นอายุความ ศาลจะพิพากษาให้ชำระหนี้ได้ตามปกติ แม้หนี้จะขาดอายุความไปแล้วก็ตาม

สรุป : อายุความหนี้เป็นเรื่องที่ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง เพราะการขาดอายุความไม่ได้ทำให้หนี้ระงับ เพียงแต่เปิดช่องให้ลูกหนี้ปฏิเสธการชำระหนี้ได้หากยกขึ้นต่อสู้ทันเวลา ในทางกลับกัน เมื่อลูกหนี้เสียชีวิต เจ้าหนี้ก็มีกรอบเวลาที่แคบลงมากเหลือเพียง 1 ปีในการติดตามทวงหนี้จากกองมรดก การรู้เท่าทันกำหนดเวลาเหล่านี้จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะรักษาสิทธิของทั้งสองฝ่ายไว้ได้

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอายุความหนี้ การต่อสู้คดีหนี้สิน หรือการเรียกร้องหนี้จากกองมรดก

ปรึกษาทนายเจตน์สฤษฎิ์ ไชยงค์ ได้ที่ Line ID: @280cwfgf

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น