ยกเลิกงานแต่งงานเรียกค่าใช้จ่ายคืนได้หรือไม่
ยกเลิกงานแต่งงานเรียกค่าใช้จ่ายคืนได้หรือไม่ ?
เรียกได้ในบางกรณี หากคู่กรณีได้หมั้นกันโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย และการยกเลิกงานแต่งงานเป็นผลจากการผิดสัญญาหมั้นของอีกฝ่าย ผู้เสียหายอาจเรียกค่าทดแทนสำหรับค่าใช้จ่ายในการเตรียมการสมรสที่จ่ายไปหรือหนี้ที่เกิดขึ้นโดยสุจริตและตามสมควรได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1439 ประกอบมาตรา 1440 (2)
ค่าใช้จ่ายที่อาจนำมาพิจารณา ได้แก่ ค่าจองสถานที่จัดงาน ค่าจัดเลี้ยง ค่าชุดแต่งงาน ค่าถ่ายภาพหรือวิดีโอ และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมสมรส ทั้งนี้ ต้องพิจารณารายการค่าใช้จ่าย หลักฐาน และข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
อย่างไรก็ตาม การยกเลิกงานแต่งงานไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายต้องรับผิดโดยอัตโนมัติ หากไม่มีการหมั้นที่สมบูรณ์ ไม่มีฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้น หรือค่าใช้จ่ายนั้นไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ก็อาจเรียกค่าทดแทนจากอีกฝ่ายไม่ได้
1. กฎหมายกำหนดสิทธิเรียกค่าใช้จ่ายเตรียมงานแต่งงานไว้อย่างไร ?
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1439 กำหนดหลักว่า เมื่อมีการหมั้นแล้ว หากฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้น อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกให้รับผิดใช้ค่าทดแทนได้
ส่วนมาตรา 1440 (2) กำหนดประเภทค่าทดแทนที่เรียกได้ ได้แก่ ความเสียหายจากการที่คู่หมั้น บิดามารดา หรือบุคคลที่กระทำการในฐานะเช่นบิดามารดา ได้ใช้จ่ายหรือต้องตกเป็นลูกหนี้เนื่องในการเตรียมการสมรสโดยสุจริตและตามสมควร
จากบทบัญญัติดังกล่าว การเรียกค่าใช้จ่ายจากการยกเลิกงานแต่งงานจึงต้องพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
มีการหมั้นที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
มีการผิดสัญญาหมั้นหรือมีเหตุทางกฎหมายที่ทำให้อีกฝ่ายต้องรับผิด
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวข้องกับการเตรียมการสมรส
การใช้จ่ายหรือการก่อหนี้เป็นไปโดยสุจริตและตามสมควร
มีหลักฐานแสดงรายการค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
การมีใบเสร็จหรือหลักฐานการจ่ายเงินเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้หมายความว่าจะเรียกเงินทั้งหมดจากคู่หมั้นอีกฝ่ายได้เสมอไป ต้องพิสูจน์เงื่อนไขทางกฎหมายประกอบด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568
2. ค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่อาจเรียกเป็นค่าทดแทนได้ ?
ค่าใช้จ่ายต่อไปนี้อาจนำมาพิจารณาเรียกค่าทดแทนได้ หากเกี่ยวข้องกับการเตรียมการสมรสและเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 1440 (2)
2.1 ค่าจองสถานที่และค่าจัดเลี้ยง
ตัวอย่างเช่น คู่หมั้นจองโรงแรมหรือสถานที่จัดงานแต่งงาน จ่ายเงินมัดจำและค่าจัดเลี้ยงล่วงหน้า แต่ภายหลังอีกฝ่ายผิดสัญญาหมั้นจนไม่สามารถจัดงานได้ และผู้จัดงานไม่คืนเงินตามเงื่อนไขในสัญญา
ค่าใช้จ่ายส่วนที่เสียไปจริงอาจนำมาเรียกเป็นค่าทดแทนได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการใช้จ่ายโดยสุจริตและตามสมควร
หากสถานที่คืนเงินบางส่วนแล้ว ต้องนำเงินที่ได้รับคืนมาพิจารณาด้วย เพื่อไม่เรียกค่าเสียหายเกินกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
2.2 ค่าชุดแต่งงานและค่าเช่าชุด
ค่าเช่าชุดแต่งงานหรือค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมชุดสำหรับพิธีสมรสอาจเป็นรายการที่นำมาเรียกร้องได้ แต่ต้องพิจารณาว่าเสียหายจริงเท่าใด มีเงินคืนหรือไม่ และสามารถนำชุดไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้หรือไม่
หากเป็นชุดที่ซื้อไว้และยังมีมูลค่าคงเหลือ ไม่ควรนำราคาซื้อทั้งหมดมาเรียกโดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริงและความเสียหายที่แท้จริง
2.3 ค่าถ่ายภาพและวิดีโอพรีเวดดิ้ง
หากคู่หมั้นจ้างช่างภาพหรือผู้ให้บริการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง และได้ชำระเงินไปแล้วก่อนเกิดการผิดสัญญาหมั้น ค่าใช้จ่ายดังกล่าวอาจนำมาพิจารณาได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบว่ามีการให้บริการไปแล้วหรือไม่ มีเงินคืนหรือไม่ และค่าใช้จ่ายส่วนใดเป็นความเสียหายที่เกิดจากการผิดสัญญาหมั้นจริง
2.4 ค่าการ์ดแต่งงานและของชำร่วย
ค่าออกแบบและพิมพ์การ์ดแต่งงาน รวมถึงของชำร่วยที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในงาน อาจเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการเตรียมการสมรส
แต่การเรียกค่าทดแทนต้องพิจารณาถึงจำนวนเงินที่จ่าย ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ถือว่าทุกรายการเรียกคืนได้เต็มจำนวน
2.5 ค่าใช้จ่ายอื่นในการเตรียมงาน
นอกจากรายการข้างต้น อาจมีค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าตกแต่งสถานที่ ค่าเช่าอุปกรณ์ หรือค่าบริการที่จองไว้เพื่อจัดงานแต่งงาน ทั้งนี้ ต้องแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องกับการเตรียมการสมรสและความเสียหายที่เกิดขึ้น
3. ถ้าเป็นเพียงการยกเลิกงานแต่งงาน แต่ไม่ได้หมั้นตามกฎหมาย จะเรียกค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ ?
ต้องแยกพิจารณาเป็นกรณี
หากคู่รักเพียงตกลงกันว่าจะจัดงานแต่งงาน แต่ไม่ได้มีการหมั้นที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย การยกเลิกงานอาจไม่ทำให้เกิดสิทธิเรียกค่าทดแทนฐานผิดสัญญาหมั้นตามมาตรา 1439 และ 1440 โดยตรง อย่างไรก็ตาม ยังต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและนิติสัมพันธ์อื่นที่อาจเกิดขึ้น เช่น สัญญาที่ทำไว้กับผู้ให้บริการ การชำระเงินล่วงหน้า การตกลงแบ่งรับผิดค่าใช้จ่าย หรือฐานสิทธิทางแพ่งอื่นที่เกี่ยวข้อง การไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนฐานผิดสัญญาหมั้นจึงไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ เลย แต่ต้องวิเคราะห์จากข้อเท็จจริงและหลักฐานของกรณีนั้นโดยเฉพาะ
4. ถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงยกเลิกงานแต่งงาน จะเรียกค่าใช้จ่ายจากกันได้หรือไม่ ?
หากทั้งสองฝ่ายตกลงยกเลิกงานแต่งงาน ต้องพิจารณาว่ามีการผิดสัญญาหมั้นหรือมีเหตุอื่นตามกฎหมายที่ทำให้อีกฝ่ายต้องรับผิดหรือไม่
การตกลงยกเลิกงานร่วมกันไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ผิดสัญญาหมั้นโดยอัตโนมัติ และไม่ได้หมายความว่าต้องแบ่งค่าใช้จ่ายกันคนละครึ่งเสมอไป
ควรตรวจสอบว่า
มีฝ่ายใดเป็นผู้ผิดสัญญาหมั้นตามข้อเท็จจริงหรือไม่
มีเหตุสำคัญตามกฎหมายที่ทำให้คู่หมั้นมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นหรือไม่
คู่กรณีได้ตกลงกันเรื่องการคืนเงินหรือแบ่งค่าใช้จ่ายไว้หรือไม่
มีค่าใช้จ่ายรายการใดที่คืนได้จากผู้ให้บริการ
มีหลักฐานแสดงความเสียหายและความรับผิดของแต่ละฝ่ายเพียงใด
หากทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงยุติข้อพิพาท ควรระบุให้ชัดว่ารายการใดใครเป็นผู้รับผิดชอบ และการชำระเงินดังกล่าวยุติข้อเรียกร้องใดบ้าง เพื่อป้องกันข้อพิพาทในภายหลัง
5. เรียกเงินคืนจากร้านจัดงาน กับเรียกค่าทดแทนจากคู่หมั้น เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ ?
ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
การเรียกเงินคืนจากผู้ให้บริการ เช่น โรงแรม ร้านจัดเลี้ยง ช่างภาพ หรือร้านเช่าชุด ต้องพิจารณาสัญญาที่ทำไว้กับผู้ให้บริการ เงื่อนไขการยกเลิก การริบเงินมัดจำ และบริการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
ส่วน การเรียกค่าทดแทนจากคู่หมั้นอีกฝ่าย ต้องพิจารณาว่ามีสิทธิเรียกตามกฎหมายการหมั้นหรือฐานสิทธิอื่นหรือไม่ และค่าใช้จ่ายนั้นเป็นความเสียหายที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายหรือไม่
ตัวอย่างเช่น คู่หมั้นชำระเงินจองสถานที่ไป 50,000 บาท แต่ผู้ให้บริการคืนเงินให้ 30,000 บาท หากมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากคู่หมั้นอีกฝ่าย ความเสียหายจากเงินจองที่ไม่คืนอาจเป็นรายการที่นำมาพิจารณาได้ แต่จำนวนที่เรียกได้จริงต้องพิจารณาหลักฐานและเงื่อนไขทางกฎหมายทั้งหมด
จึงควรดำเนินการตรวจสอบสิทธิเรียกร้องทั้งสองทางแยกจากกัน ไม่ควรถือว่าผู้ให้บริการต้องคืนเงินทั้งหมด หรือคู่หมั้นอีกฝ่ายต้องชดใช้เงินทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
6. ต้องใช้หลักฐานอะไรในการเรียกค่าใช้จ่ายจากการยกเลิกงานแต่งงาน ?
ผู้ที่ประสงค์จะเรียกค่าทดแทนควรรวบรวมหลักฐานให้ครบทั้งเรื่องการหมั้น การผิดสัญญา และความเสียหาย
เอกสารและหลักฐานที่ควรเตรียม ได้แก่
หลักฐานการหมั้นและการส่งมอบของหมั้น เช่น หลักฐานการโอนเงิน ใบรับของ หรือภาพถ่ายที่เกี่ยวข้อง
ข้อความสนทนาหรือเอกสารที่แสดงข้อตกลงเรื่องการสมรสและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยกเลิกงาน
สัญญาจองสถานที่ สัญญาจัดเลี้ยง สัญญาจ้างช่างภาพ หรือสัญญากับผู้ให้บริการอื่น
ใบเสร็จรับเงิน หลักฐานการโอนเงิน และหลักฐานหนี้ที่เกิดจากการเตรียมงาน
เงื่อนไขการยกเลิกงานและหลักฐานจำนวนเงินที่ผู้ให้บริการคืนหรือไม่คืน
หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการผิดสัญญาหมั้นหรือเหตุบอกเลิกสัญญาหมั้น
การจัดทำตารางสรุปค่าใช้จ่ายแยกตามรายการ พร้อมจำนวนเงินที่จ่าย จำนวนเงินที่ได้รับคืน และยอดความเสียหายที่เหลือ จะช่วยให้ตรวจสอบสิทธิเรียกร้องและเตรียมคดีได้เป็นระบบมากขึ้น
7. ต้องฟ้องภายในกี่เดือน ?
สิทธิเรียกร้องค่าทดแทนตามมาตรา 1439 มีอายุความ 6 เดือนนับแต่วันที่ผิดสัญญาหมั้น ตามมาตรา 1447/1
ผู้ที่มีข้อพิพาทเรื่องค่าใช้จ่ายจากการยกเลิกงานแต่งงานจึงควรรีบตรวจสอบวันที่ผิดสัญญาหมั้นและฐานสิทธิที่ใช้เรียกร้อง ไม่ควรรอจนการเจรจาหรือการขอเงินคืนจากผู้ให้บริการเสร็จสิ้นโดยไม่ประเมินเรื่องอายุความก่อน
หากคู่หมั้นบอกเลิกสัญญาหมั้นเพราะอีกฝ่ายกระทำชั่วอย่างร้ายแรงภายหลังการหมั้น ผู้กระทำอาจต้องใช้ค่าทดแทนเสมือนเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นตามมาตรา 1444 ซึ่งมีอายุความ 6 เดือนนับแต่วันรู้หรือควรรู้ถึงการกระทำนั้น แต่ต้องไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันกระทำ ตามมาตรา 1447/1 วรรคสอง
การส่งหนังสือทวงถามหรือเจรจากันเพียงอย่างเดียวไม่ควรถูกเข้าใจว่าจะทำให้อายุความหยุดนับหรือเริ่มนับใหม่เสมอไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
: ยกเลิกงานแต่งงานแล้วเรียกค่าจองสถานที่คืนจากแฟนได้หรือไม่ ?
อาจเรียกได้หากมีการหมั้นที่สมบูรณ์ อีกฝ่ายเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น และค่าจองสถานที่เป็นความเสียหายจากการเตรียมการสมรสที่จ่ายไปโดยสุจริตและตามสมควรตามมาตรา 1440 (2) แต่ต้องพิจารณาหลักฐานและเงินที่ได้รับคืนจากผู้ให้บริการด้วย
: ถ้าฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงเป็นคนยกเลิกงาน ต้องรับผิดเสมอหรือไม่ ?
ไม่เสมอไป ต้องพิจารณาว่ามีการหมั้นที่สมบูรณ์หรือไม่ เหตุที่ยกเลิกงานคืออะไร และเข้าเงื่อนไขการผิดสัญญาหมั้นหรือการบอกเลิกสัญญาหมั้นตามกฎหมายหรือไม่
: พ่อแม่ที่ออกค่าใช้จ่ายจัดงานแต่งงานเรียกเงินคืนได้หรือไม่ ?
มาตรา 1440 (2) กล่าวถึงความเสียหายจากค่าใช้จ่ายหรือหนี้ที่คู่หมั้น บิดามารดา หรือบุคคลที่กระทำการในฐานะเช่นบิดามารดาได้ก่อขึ้นในการเตรียมการสมรสโดยสุจริตและตามสมควร อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาผู้มีสิทธิเรียกร้องและข้อเท็จจริงของคดีอย่างรอบคอบ
: ถ้าร้านจัดงานไม่คืนเงินมัดจำ ต้องให้อีกฝ่ายชดใช้หรือไม่ ?
ต้องแยกตรวจสอบสิทธิตามสัญญากับร้านจัดงานออกจากสิทธิเรียกค่าทดแทนจากคู่หมั้นอีกฝ่าย การที่ร้านไม่คืนเงินมัดจำไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายต้องรับผิดโดยอัตโนมัติ
สรุป : ยกเลิกงานแต่งงานเรียกค่าใช้จ่ายคืนได้หรือไม่ ?
การยกเลิกงานแต่งงานอาจทำให้เกิดสิทธิเรียกค่าทดแทนสำหรับค่าใช้จ่ายในการเตรียมการสมรสได้ แต่ต้องเข้าเงื่อนไขของการผิดสัญญาหมั้นตามกฎหมาย และค่าใช้จ่ายต้องเป็นไปโดยสุจริตและตามสมควรตามมาตรา 1440 (2)
ก่อนเรียกเงินคืน ควรแยกให้ชัดระหว่างค่าใช้จ่ายที่เรียกจากคู่หมั้นอีกฝ่ายกับเงินที่เรียกคืนจากผู้ให้บริการ รวบรวมหลักฐานความเสียหาย และตรวจสอบอายุความโดยเร็ว เพราะสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนตามมาตรา 1439 มีอายุความ 6 เดือนนับแต่วันที่ผิดสัญญาหมั้น
ผู้เขียน: ทนายเจตน์สฤษฎิ์ ไชยงค์
สำนักงาน: สำนักงานทนายความ เจตน์สฤษฎิ์ ไชยงค์
เว็บไซต์: https://www.jetsaridlawyer.com
อัพเดทล่าสุด: 26 ตุลาคม 2569
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายทั่วไป การใช้สิทธิเรียกร้องต้องพิจารณาข้อเท็จจริง เอกสาร และกฎหมายที่ใช้บังคับในแต่ละกรณี