ฟ้องหย่า
ขั้นตอนฟ้องหย่า - อ้างเหตุฟ้องหย่า - สิทธิที่เรียกได้
รวมกฎหมายสมรสเท่าเทียม พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567
การสมรสตามกฎหมายไทยเป็นสัญญาทางแพ่งที่ก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสอย่างสมบูรณ์ เมื่อชีวิตคู่ดำเนินมาถึงจุดที่ไม่อาจดำเนินต่อไปได้ กฎหมายเปิดทางให้สามารถยุติความสัมพันธ์ได้ตามกระบวนการที่กำหนด ภายหลังพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 (กฎหมายสมรสเท่าเทียม) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกันในด้านครอบครัวและคดีหย่าทุกประการ ซึ่งบทความนี้จะรวบรวมทุกสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการฟ้องหย่า ตั้งแต่เหตุฟ้องหย่า 10 ข้อ ข้อยกเว้น อายุความ ขั้นตอน เอกสาร สิทธิที่เรียกได้ และสิทธิของคู่สมรสเพศเดียวกัน ครบในที่เดียว
การหย่าร้างตามกฎหมายไทย มีกี่วิธี ?
ป.พ.พ. มาตรา 1514 : "การหย่านั้นจะทำได้แต่โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคำพิพากษาของศาล
การหย่าโดยความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน"
ประเภท | เงื่อนไข | หลักฐาน | ผลทางกฎหมาย |
หย่าโดยความยินยอม (ม.1514) | คู่สมรสทั้งสองยินยอม | หนังสือหย่า + พยาน 2 คน + จดทะเบียนหย่า | สมบูรณ์เมื่อจดทะเบียน |
ฟ้องหย่าโดยคำพิพากษา (ม.1516) | มีเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมาย เพราะฝ่ายหนึ่งต้องการหย่า แต่อีกฝ่ายไม่ยินยอม หรือตกลงเรื่องทรัพย์สิน/บุตรไม่ได้ | ฟ้องต่อศาล ต้องมี "เหตุฟ้องหย่า" ตามที่กฎหมายกำหนด ยื่นฟ้องต่อศาลและนำสืบพยาน | สมบูรณ์เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด |
ห้ามทำหนังสือหย่าด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ เช่น หย่าทาง LINE หรือ Facebook ไม่มีผลทางกฎหมาย
ถ้าทำหนังสือหย่าถูกต้องแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอมไปจดทะเบียน ฟ้องบังคับได้ภายใน 10 ปี
คู่สมรสเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีสิทธิหย่าโดยทั้ง 2 วิธีเช่นกัน
เหตุฟ้องหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 มี 10 ประการ
กฎหมายกำหนดเหตุฟ้องหย่าไว้เป็น "รายการปิด" (หากไม่เข้าเหตุเหล่านี้ ศาลจะไม่พิพากษาให้หย่า) โดยกฎหมายสมรสเท่าเทียมได้ปรับปรุงถ้อยคำให้คุ้มครองคู่สมรสทุกเพศอย่างเท่าเทียม มีรายละเอียดดังนี้ :
เหตุฟ้องหย่า ตามมาตรา 1516 และ อายุความ มาตรา 1529
เหตุ | ชื่อย่อ | ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด | อายุความในการฟ้อง |
(1) | อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ | ไม่กำหนด | 1 ปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ความจริง หากการกระทำยังดำเนินอยู่ ถือเป็นเหตุต่อเนื่อง ฟ้องได้ตราบเท่าที่ยังไม่สิ้นสุด |
(2) | ประพฤติชั่วอันเป็นเหตุให้อีกฝ่ายอับอาย เสียหาย หรือเดือดร้อนเกินควร | ไม่กำหนด | 1 ปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ความจริง |
(3) | ทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทอีกฝ่ายหรือบุพการีอย่างร้ายแรง | ไม่กำหนด | 1 ปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ความจริง |
(4) | จงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไป | เกิน 1 ปี | ไม่อยู่ในบังคับอายุความ 1 ปี หากการละทิ้งร้างยังดำเนินอยู่ |
(4/1) | คู่สมรสต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และถูกจำคุกจริง | จำคุกเกิน 1 ปี | ไม่อยู่ในบังคับอายุความ 1 ปี ตราบใดที่เงื่อนไขตามกฎหมายยังคงมีอยู่ |
(4/2) | คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่เพราะไม่อาจอยู่ร่วมกันได้โดยปกติสุข | เกิน 3 ปี | ไม่อยู่ในบังคับอายุความ 1 ปี ตราบใดที่ยังแยกกันอยู่ตามเงื่อนไข |
(5) | คู่สมรสถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือหายไปจากภูมิลำเนาไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร | เกิน 3 ปี | ไม่อยู่ในบังคับอายุความ 1 ปี |
(6) | ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดู หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง | ไม่กำหนด | 1 ปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ความจริง แต่หากการกระทำยังดำเนินอยู่ ถือเป็นเหตุต่อเนื่อง |
(7) | วิกลจริตอันยากจะรักษา และถึงขนาดที่ทนอยู่ร่วมกันต่อไปไม่ได้ | เกิน 3 ปี | ไม่อยู่ในบังคับอายุความ 1 ปี |
(8) | ผิดทัณฑ์บนที่ทำไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ | ไม่กำหนด | 10 ปีนับแต่วันที่ผิดทัณฑ์บน ตามมาตรา 1529 วรรคสอง |
(9) | เป็นโรคติดต่อร้ายแรงอันเป็นภัยแก่อีกฝ่ายและมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางหาย | ไม่กำหนด | ไม่อยู่ในบังคับอายุความ 1 ปี |
(10) | มีสภาพแห่งกายทำให้ไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล | ถาวร | ไม่อยู่ในบังคับอายุความ 1 ปี เนื่องจากเป็นเหตุที่มีลักษณะถาวร |
อายุความในการฟ้องหย่า (มาตรา 1529)
ป.พ.พ. มาตรา 1529 : "สิทธิฟ้องร้องโดยอาศัยเหตุในมาตรา 1516 (1) (2) (3) หรือ (6) หรือมาตรา 1523 ย่อมระงับไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริง..."
⚠️ เรื่องอายุความ : จำเลยต้องยกขึ้นต่อสู้เอง ศาลจะหยิบยกเองไม่ได้
เหตุที่ (1) : ยกย่องผู้อื่นเป็นคู่สมรสหรือมีชู้
คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายฟ้องหย่าได้
ตัวอย่าง : คู่สมรสมีคนรักใหม่ ออกงานสังคมด้วยกัน จ่ายค่าใช้จ่ายให้ หรือซื้อที่พักอาศัยให้
คำพิพากษาศาลฎีกา 3596/2546 : สามีจดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นและอยู่กินร่วมกันอย่างเปิดเผย แม้โจทก์รู้มานานกว่า 1 ปีแต่เหตุยังต่อเนื่อง คดีไม่ขาดอายุความ
📌 หลังสมรสเท่าเทียม : "คู่สมรส" ทุกเพศมีสิทธิฟ้องและถูกฟ้องตามเหตุนี้เท่าเทียมกัน
เหตุที่ (2) : ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
คู่สมรสประพฤติชั่ว ทำให้อีกฝ่ายได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ถูกดูถูกเกลียดชัง หรือเดือดร้อนเกินควร เช่น ติดการพนัน ยาเสพติด กระทำผิดคดีอาญาร้ายแรง
⚠️ ต้องถึงขนาด "ร้ายแรง" พอ พฤติกรรมเล็กน้อยไม่เข้าเหตุนี้
เหตุที่ (3) : ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ / หมิ่นประมาทบุพการี
คู่สมรสทำร้าย ทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทอีกฝ่ายหรือบุพการีของอีกฝ่าย ถ้าเป็นการร้ายแรง ฟ้องหย่าได้
หลักฐานที่ควรเก็บ : ใบรับรองแพทย์ ใบแจ้งความ ภาพถ่ายบาดแผล พยานบุคคล
เหตุที่ (4) : จงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายเกิน 1 ปี
คู่สมรสฝ่ายหนึ่งจงใจหนีจากชีวิตสมรส ขาดการติดต่อ ไม่ส่งเงิน ไม่แสดงความห่วงใย ต่อเนื่องเกิน 1 ปี
⚠️ ต้อง "จงใจ" ทิ้ง ถ้าถูกส่งไปราชการต่างจังหวัดหรือทำงานต่างประเทศแต่ยังส่งเงินกลับมา ไม่เข้าเหตุนี้
เหตุที่ (4/1) : ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกิน 1 ปี
เงื่อนไข : คู่สมรสต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้รับโทษจำคุกจริงเกิน 1 ปี ในความผิดที่อีกฝ่ายมิได้มีส่วนก่อหรือยินยอม และการเป็นคู่สมรสต่อไปจะทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อนเกินควร
ตัวอย่าง : คู่สมรสถูกจำคุก 3 ปี ฐานค้ายาเสพติด อีกฝ่ายต้องแบกภาระเลี้ยงดูครอบครัวคนเดียว ฟ้องหย่าได้
เหตุที่ (4/2) : สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี
คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่ทั้งสองฝ่าย เพราะไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี
จุดสำคัญ : ต่างจากเหตุ (4) ตรงที่ต้อง "สมัครใจ" ทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งทิ้งอีกฝ่าย
ทำไมสำคัญ : เพราะก่อนหน้านี้คู่สมรสที่แยกกันอยู่โดยสมัครใจทั้งคู่จะไม่มีเหตุฟ้องหย่าเลย กฎหมายใหม่จึงเปิดช่องให้
เหตุที่ (5) : คู่สมรสสาบสูญหรือหายตัวไปเกิน 3 ปี
คู่สมรสถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาเกิน 3 ปีโดยไม่มีใครทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
เหตุที่ (6) : ไม่อุปการะ หรือกระทำการปฏิปักษ์อย่างร้ายแรง
ป.พ.พ. มาตรา 1516 (6): "...ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นคู่สมรสกันอย่างร้ายแรง..."
คำพิพากษาศาลฎีกา 4104/2564 : การที่จำเลย (สามี) ขับไล่โจทก์ (ภรรยา) ออกจากบ้านถือว่าเป็นการกระทำปฏิปักษ์อย่างร้ายแรง โจทก์มีสิทธิฟ้องหย่าได้
ตัวอย่างอื่น : ล็อคประตูไม่ให้คู่สมรสเข้าบ้าน ตัดน้ำตัดไฟ หรือปฏิเสธการอุปการะทุกทางจนอีกฝ่ายเดือดร้อน
เหตุที่ (7) : วิกลจริตเกิน 3 ปี
วิกลจริตติดต่อกันเกิน 3 ปี มีลักษณะยากจะหายได้ และถึงขนาดที่ทนอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสต่อไปไม่ได้
⚠️ ต้องมีหลักฐานทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญจิตเวชยืนยันว่าโรคนั้นยากจะหาย
เหตุที่ (8) : ผิดทัณฑ์บนที่ทำเป็นหนังสือ
คู่สมรสกระทำผิดทัณฑ์บนที่ทำไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ เหตุนี้ใช้อายุความ 10 ปี ไม่ใช่ 1 ปี
เหตุที่ (9) : เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่ไม่มีทางหาย
โรคติดต่ออย่างร้ายแรง อาจเป็นภัยแก่อีกฝ่าย และโรคนั้นไม่มีทางหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
เหตุที่ (10) : มีสภาพแห่งกายทำให้ไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล
คู่สมรสมีสภาพร่างกายถาวรที่ทำให้ไม่สามารถร่วมประเวณีได้ตลอดชีวิต ต้องมีใบรับรองแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน
⚠️ "ตลอดกาล" หมายถึงถาวรสมบูรณ์ ไม่ใช่ชั่วคราว ต้องมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันสภาพถาวร
ข้อยกเว้นที่ทำให้ฟ้องหย่าไม่ได้ (มาตรา 1517 และ 1518)
ข้อยกเว้น | มาตรา | ใช้กับเหตุใด | ผล |
ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ | 1517 วรรคแรก | (1) และ (2) เท่านั้น | ฟ้องหย่าไม่ได้ |
ให้อภัยแล้ว | 1518 | ทุกเหตุ | สิทธิฟ้องหย่าหมดไป |
ตนเองเป็นฝ่ายก่อเหตุตาม (4/2) | 1517 วรรคสอง | (4/2) เท่านั้น | อีกฝ่ายฟ้องไม่ได้ |
ผิดทัณฑ์บนเรื่องเล็กน้อย | 1517 วรรคสาม | (8) เท่านั้น | ศาลอาจไม่พิพากษาให้หย่า |
คำพิพากษาศาลฎีกา 4104/2564 : การพาคู่สมรสและบุตรไปเที่ยวด้วยกันยังไม่ถือว่าให้อภัย ตามมาตรา 1518
คำพิพากษาศาลฎีกา 9131/2539 : เพียงนิ่งเฉยไม่แสดงปฏิกิริยา ไม่ถือว่ายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ
ศาลที่มีอำนาจรับฟ้องหย่า
ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ในเขตที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือ ที่มูลคดีเกิด ("มูลคดี" = สถานที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ที่จดทะเบียนสมรส)
แม้จำเลยจะมีภูมิลำเนานอกราชอาณาจักรก็ฟ้องได้ที่ศาลที่มูลคดีเกิด
คู่สมรสเพศเดียวกันยื่นฟ้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัวเช่นกัน
หากเขตพื้นที่นั้นไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัว ให้ยื่นต่อแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวของศาลจังหวัดตามที่กฎหมายกำหนด
ขั้นตอนการฟ้องหย่า (Step-by-Step)
ขั้น | กระบวนการ | ระยะเวลา |
1 | เตรียมหลักฐานและเอกสาร | 1–4 สัปดาห์ |
2 | ยื่นคำฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว | 1–2 วัน |
3 | ศาลออกหมายเรียก จำเลยรับหมาย | 1–3 สัปดาห์ |
4 | จำเลยยื่นคำให้การ (ภายใน 30 วัน) | 1 เดือน |
5 | ศาลนัดไกล่เกลี่ย (บังคับ) | 1–2 นัด |
6 | สืบพยานโจทก์และจำเลย (ถ้าไม่ยอมความ) | 2–6 เดือน |
7 | ศาลมีคำพิพากษา | 1–3 เดือนหลังสืบพยาน |
8 | รอคำพิพากษาถึงที่สุด (ถ้าไม่อุทธรณ์) | 1 เดือน |
9 | นำสำเนาคำพิพากษาจดทะเบียนหย่า | 1 วัน |
รวม | ระยะเวลาทั้งหมด | 6–18 เดือน |
หมายเหตุ : ระยะเวลาเป็นเพียงค่าเฉลี่ย อาจสั้นหรือยาวกว่านี้ขึ้นอยู่กับจำนวนพยาน ความซับซ้อนของคดี และภาระงานของศาล
เอกสารที่ต้องใช้ในการฟ้องหย่า
ประเภท | รายการ | หมายเหตุ |
ผู้ฟ้อง (โจทก์) | บัตรประชาชน + ทะเบียนบ้าน | ตัวจริง + สำเนา |
เอกสารสมรส | ทะเบียนสมรส (ทร.13) | ตัวจริง + สำเนา — สำคัญที่สุด |
เอกสารบุตร (ถ้ามี) | สูติบัตรบุตรทุกคน | — |
หลักฐานเหตุหย่า | ขึ้นกับประเภทเหตุ | เช่น แชท รูปภาพ ใบแพทย์ ใบแจ้งความ |
ทรัพย์สิน (ถ้าเรียก) | โฉนด สมุดบัญชี ทะเบียนรถ | เฉพาะที่จะเรียกร้อง |
สิทธิที่เรียกได้เมื่อฟ้องหย่า
1. สินสมรส
สินสมรส คือ ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส เมื่อหย่าให้แบ่งคนละครึ่ง (มาตรา 1533) สินส่วนตัวไม่ต้องแบ่ง
2. ค่าเลี้ยงดูคู่สมรส
ถ้าการหย่าทำให้คู่สมรสยากจนลง และอีกฝ่ายเป็นฝ่ายก่อเหตุหย่าแต่เพียงผู้เดียว ศาลอาจกำหนดให้จ่าย ค่าเลี้ยงชีพ ได้ โดยคำนึงถึงฐานะ รายได้ ความสามารถในการทำงาน และความจำเป็นของทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจชำระเป็นเงินก้อนหรือรายเดือนก็ได้
3. อำนาจปกครองบุตรและค่าเลี้ยงดูบุตร
ศาลพิจารณาจากประโยชน์สูงสุดของบุตร ฝ่ายที่ไม่ได้ปกครองยังมีสิทธิติดต่อบุตรตามสมควร
4. ค่าทดแทน (มาตรา 1523)
ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง (แก้ไขโดย พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567): "คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไปในทำนองชู้ หรือจากผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งในทำนองชู้ก็ได้" ใช้คำว่า "คู่สมรส" แทน "สามี/ภริยา" ทำให้คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากชู้ได้เท่าเทียมกัน และอาจเรียกรวมไปกับคดีหย่า หรือ ฟ้องเป็นคดีต่างหากภายในอายุความที่กฎหมายกำหนดได้
กฎหมายสมรสเท่าเทียม 2568 — ผลกระทบต่อคดีครอบครัว
ข้อมูลสำคัญ | รายละเอียด |
ชื่อกฎหมาย | พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 |
ประกาศราชกิจจานุเบกษา | 24 กันยายน 2567 |
วันมีผลบังคับใช้ | มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 |
ไทยเป็นชาติใด | ชาติแรกในอาเซียนที่รับรองสิทธิสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ |
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงใน ป.พ.พ. ด้านครอบครัว
ประเด็น | กฎหมายเดิม | กฎหมายใหม่ (2568) |
ผู้สมรสได้ | ชาย + หญิง เท่านั้น | บุคคล 2 คน ไม่จำกัดเพศ |
คำเรียก | สามี-ภริยา | คู่สมรส (ทั้งสองฝ่าย) |
เหตุฟ้องหย่า | 10 เหตุ (ม.1516) | 10 เหตุ (ม.1516) |
ฟ้องชู้ ม.1523 | ไม่เท่าเทียม — สามีและภริยามีสิทธิต่างกัน | เท่าเทียม — ใช้คำว่า "คู่สมรส" ทุกเพศ |
สินสมรส | เฉพาะคู่สมรสชาย-หญิง | คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิเท่าเทียม |
มรดก / ทายาท | เฉพาะคู่สมรสชาย-หญิง | คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิรับมรดกเท่าเทียม |
รับบุตรบุญธรรมร่วมกัน | เฉพาะคู่สมรสชาย-หญิง | คู่สมรสทุกเพศทำได้ |
สิทธิของคู่สมรสเพศเดียวกันที่ได้รับจากกฎหมายใหม่
✅ จดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมายไทย — ทั้งคู่สมรสไทย-ไทย และไทย-ต่างชาติ
✅ มีสินสมรสและสินส่วนตัวเหมือนคู่สมรสต่างเพศ
✅ ฟ้องหย่าได้ โดยใช้เหตุตาม ม.1516 ทั้ง 10 เหตุ เช่นกัน
✅ เป็นทายาทโดยธรรมของกันและกัน มีสิทธิรับมรดก
✅ ลงนามยินยอมรับการรักษาพยาบาลแทนกันได้
✅ รับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้
✅ ฟ้องชู้และเรียกค่าทดแทนได้ตาม ม.1523 ใหม่ ทุกเพศ
สิ่งที่ยังต้องติดตาม
⚠️ แม้ว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมจะมีผลใช้บังคับแล้ว แต่ในทางปฏิบัติบางกฎหมายลำดับรอง ระเบียบ หรือหลักเกณฑ์ของหน่วยงานบางแห่งอาจยังอยู่ระหว่างการปรับปรุง ผู้ใช้สิทธิควรตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละหน่วยงานก่อนดำเนินการ เช่น
ประกันสังคม / ประกันชีวิต — บางนโยบายอาจต้องรอการแก้ไขกฎหมายอื่น
สิทธิข้าราชการ (บำเหน็จ บำนาญ สวัสดิการ) — อาจต้องรอ
การรับบุตรบุญธรรมบางประเภท — ต้องตรวจสอบกฎหมายเฉพาะ
การฟ้องหย่าของคู่สมรสเพศเดียวกัน — ประเด็นพิเศษ
คู่สมรสเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสตาม พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 สามารถฟ้องหย่าได้เหมือนคู่สมรสต่างเพศในทุกประการ โดยใช้เหตุฟ้องหย่าตาม ม.1516 ทั้ง 10 เหตุ ยื่นฟ้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัวเช่นกัน
📌 คู่สมรสเพศเดียวกันที่ "จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ" ก่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล ต้องตรวจสอบว่าการสมรสนั้นได้รับการรับรองตามกฎหมายไทยหรือไม่ก่อนดำเนินคดี
กรณีพิเศษ : ฟ้องหย่าชาวต่างชาติ
พ.ร.บ. ขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27: "ศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่ากัน เว้นแต่กฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้..."
คำพิพากษาศาลฎีกา 1869/2566 : โจทก์ไม่นำสืบว่ากฎหมายอังกฤษอนุญาตให้หย่าได้ ศาลยกฟ้อง แม้จำเลยไม่ได้ต่อสู้
⚠️ ฟ้องหย่าชาวต่างชาติต้องพิสูจน์ว่ากฎหมายสัญชาติของจำเลยอนุญาตให้หย่าได้ด้วย
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาสำคัญ
คำพิพากษาศาลฎีกา 4104/2564 : สามีขับไล่ภรรยาออกจากบ้าน
คำวินิจฉัย : การขับไล่คู่สมรสออกจากบ้านเป็นการกระทำปฏิปักษ์อย่างร้ายแรง ตาม ม.1516 (6) การพาไปเที่ยวด้วยกันไม่ถือว่าให้อภัย (ม.1518) ศาลฎีกาพิพากษาให้หย่าและให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร
คำพิพากษาศาลฎีกา 1869/2566 : ฟ้องหย่าชาวต่างชาติ
คำวินิจฉัย : โจทก์มีภาระพิสูจน์ว่ากฎหมายสัญชาติจำเลยอนุญาตให้หย่าได้ เมื่อไม่นำสืบ ศาลยกฟ้องได้เองแม้จำเลยไม่ต่อสู้ เพราะเป็นเรื่องความสงบเรียบร้อย
คำพิพากษาศาลฎีกา 3596/2546 : เหตุต่อเนื่อง ไม่ขาดอายุความ
คำวินิจฉัย: สามีมีภรรยาน้อยและอยู่กินร่วมกันต่อเนื่องจนถึงวันฟ้อง แม้โจทก์รู้มานานกว่า 1 ปีแล้ว คดีก็ไม่ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกา 4261/2545 : เหตุต่อเนื่อง
คำวินิจฉัย: สามีมีภรรยาน้อยเป็นเหตุต่อเนื่อง แม้รู้เกิน 1 ปีก็ฟ้องได้
FAQ — คำถามที่พบบ่อย
Q: คู่สมรสเพศเดียวกันฟ้องหย่าได้ไหม?
A: ได้ ตั้งแต่ 23 มกราคม 2568 คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสตาม พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 ไม่ว่าเพศใดมีสิทธิฟ้องหย่าและถูกฟ้องหย่าเหมือนคู่สมรสต่างเพศในทุกประการ
Q: อยากหย่าแต่อีกฝ่ายไม่ยอม ทำอย่างไร?
A: ต้องฟ้องหย่าต่อศาล โดยมีเหตุฟ้องหย่าตาม ม.1516 อย่างน้อย 1 เหตุ ถ้าพิสูจน์ได้ศาลจะมีคำพิพากษาให้หย่าโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย
Q: สมัครใจแยกกันอยู่มา 4 ปีแล้ว ฟ้องหย่าได้ไหม?
A: ให้ฟ้องหย่าได้ ถ้าแยกกันอยู่โดยสมัครใจเกิน 3 ปี แม้จะไม่มีเหตุข้ออื่นเลย
Q: หย่าแล้วสินสมรสแบ่งอย่างไร?
A: โดยหลักแบ่งคนละครึ่ง เว้นแต่คู่สมรสตกลงกันเป็นอย่างอื่น หรือมีกฎหมายบัญญัติเป็นกรณีพิเศษ
Q: คู่สมรสเพศเดียวกันฟ้องชู้ได้ไหม?
A: ได้ มาตรา 1523 ฉบับใหม่ใช้คำว่า "คู่สมรส" ซึ่งครอบคลุมทุกเพศ ทำให้คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากชู้ได้เท่าเทียมกัน
Q: ฟ้องหย่าต้องใช้เวลากี่เดือน?
A: โดยปกติ 6–18 เดือน ขึ้นกับศาลและความซับซ้อนของคดี ถ้าจำเลยไม่ต่อสู้อาจเร็วกว่านั้น
สรุป
การฟ้องหย่าตามกฎหมายไทยในปี 2568 มีความครอบคลุมมากขึ้นจากกฎหมายสมรสเท่าเทียม ทำให้คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิฟ้องหย่า สินสมรส ค่าทดแทน และมรดกเท่าเทียมกัน หัวใจสำคัญของการฟ้องหย่าคือต้องมีเหตุตาม ม.1516 อย่างน้อย 1 เหตุ ไม่ขาดอายุความ และเตรียมหลักฐานพิสูจน์ให้ครบถ้วน
ปรึกษาคดีกับทนายเจตน์สฤษฎิ์ ไชยงค์ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแพ่ง อาญา ครอบครัว มรดก ที่ดิน แรงงาน และคดีอื่น ๆ โดยทนายความผู้มีประสบการณ์ หากต้องการประเมินแนวทางคดีหรือสอบถามข้อมูลเบื้องต้น สามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาได้ ติดต่อ LINE ID: @280cwfgf