ฟ้องหย่า มีขั้นตอนอย่างไร สิทธิที่เรียกร้องอะไรได้บ้าง

โดย เจตน์สฤษฎิ์ ไชยงค์ 10 Jul 2026 · 13:13 น. 8 ครั้ง คดีครอบครัว ฟ้องหย่าและสินสมรส
ฟ้องหย่า มีขั้นตอนอย่างไร สิทธิที่เรียกร้องอะไรได้บ้าง
แชร์: คัดลอกแล้ว!

ฟ้องหย่า

ขั้นตอนฟ้องหย่า - อ้างเหตุฟ้องหย่า - สิทธิที่เรียกได้

รวมกฎหมายสมรสเท่าเทียม พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567

การสมรสตามกฎหมายไทยเป็นสัญญาทางแพ่งที่ก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสอย่างสมบูรณ์ เมื่อชีวิตคู่ดำเนินมาถึงจุดที่ไม่อาจดำเนินต่อไปได้ กฎหมายเปิดทางให้สามารถยุติความสัมพันธ์ได้ตามกระบวนการที่กำหนด

หลังพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 22 มกราคม 2568 เป็นต้นไป คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกันในด้านครอบครัวและคดีหย่าทุกประการ

บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการฟ้องหย่า ตั้งแต่เหตุฟ้องหย่าครบทุกข้อ (รวม 2 เหตุใหม่) ข้อยกเว้น อายุความ ขั้นตอน เอกสาร ค่าใช้จ่าย สิทธิที่เรียกได้ และสิทธิของคู่สมรสเพศเดียวกัน ครบในที่เดียว

การหย่าร้างตามกฎหมายไทย มีกี่วิธี ?

ป.พ.พ. มาตรา 1514 : "การหย่านั้นจะทำได้แต่โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคำพิพากษาของศาล การหย่าโดยความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน"

ประเภท

เงื่อนไข

หลักฐาน

ผลทางกฎหมาย

หย่าโดยความยินยอม (ม.1514)

คู่สมรสทั้งสองยินยอม

หนังสือหย่า + พยาน 2 คน + จดทะเบียนหย่า

สมบูรณ์เมื่อจดทะเบียน

ฟ้องหย่าโดยคำพิพากษา (ม.1516)

มีเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมาย

ฟ้องต่อศาล + นำสืบพยาน

สมบูรณ์เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด + จดทะเบียน

  • ห้ามทำหนังสือหย่าด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ เช่น หย่าทาง LINE หรือ Facebook ไม่มีผลทางกฎหมาย

  • ถ้าทำหนังสือหย่าถูกต้องแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอมไปจดทะเบียน ฟ้องบังคับได้ภายใน 10 ปี

  • คู่สมรสเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีสิทธิหย่าโดยทั้ง 2 วิธีเช่นกัน

เหตุฟ้องหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 มี 10 ประการ

กฎหมายกำหนดเหตุฟ้องหย่าไว้เพียง 10 เหตุในตอนแรก แต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมได้เพิ่มเหตุ (4/1) และ (4/2) ทำให้ปัจจุบันมีทั้งหมด 12 เหตุ ซึ่งเป็น "รายการปิด" ไม่สามารถเพิ่มเติมหรือตีความขยายได้

เหตุ

ชื่อย่อ

ระยะเวลาที่กำหนด

อายุความ

(1)

อุปการะเลี้ยงดู/ยกย่องผู้อื่น/มีชู้

ไม่กำหนด

1 ปี (นับแต่รู้) หรือต่อเนื่องไม่มีอายุความ

(2)

ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

ไม่กำหนด

1 ปี (นับแต่รู้)

(3)

ทำร้าย/หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง

รวมถึงบุพการีของอีกฝ่ายด้วย

ไม่กำหนด

1 ปี (นับแต่รู้)

(4)

จงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่ง

เกิน 1 ปี

ไม่มีอายุความ 1 ปี (เหตุต่อเนื่อง)

(4/1) 🆕

คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกจำคุก

เกิน 1 ปี

ไม่มีอายุความ 1 ปี (เหตุต่อเนื่อง)

(4/2) 🆕

คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่

เกิน 3 ปี

ไม่มีอายุความ 1 ปี (เหตุต่อเนื่อง)

(5)

คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ

เกิน 3 ปี

ไม่มีอายุความ 1 ปี (เหตุต่อเนื่อง)

(6)

คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำการเป็นปฏิปักษ์/ไม่อุปการะ

ไม่กำหนด

1 ปี (นับแต่รู้) หรือต่อเนื่องไม่มีอายุความ

(7)

คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งวิกลจริต

เกิน 3 ปี

ไม่มีอายุความ 1 ปี (เหตุต่อเนื่อง)

(8)

คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดทัณฑ์บน

ไม่กำหนด

10 ปี (ไม่ใช่ 1 ปี)

(9)

คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรง

ไม่กำหนด

ไม่มีอายุความ 1 ปี (เหตุต่อเนื่อง)

(10)

คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร่างกายไม่อาจร่วมประเวณีไม่ได้ตลอดกาล

ถาวร

ไม่มีอายุความ 1 ปี

เหตุที่ (1) : ยกย่องผู้อื่นเป็นคู่สมรสหรือมีชู้

คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายฟ้องหย่าได้

ตัวอย่าง : คู่สมรสมีคนรักใหม่ ออกงานสังคมด้วยกัน จ่ายค่าใช้จ่ายให้ หรือซื้อที่พักอาศัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกา 3596/2546 : สามีจดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นและอยู่กินร่วมกันอย่างเปิดเผย แม้โจทก์รู้มานานกว่า 1 ปีแต่เหตุยังต่อเนื่อง คดีไม่ขาดอายุความ

📌  หลังสมรสเท่าเทียม : "คู่สมรส" ทุกเพศมีสิทธิฟ้องและถูกฟ้องตามเหตุนี้เท่าเทียมกัน

เหตุที่ (2) : ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

คู่สมรสประพฤติชั่ว ทำให้อีกฝ่ายได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ถูกดูถูกเกลียดชัง หรือเดือดร้อนเกินควร เช่น ติดการพนัน ยาเสพติด กระทำผิดคดีอาญาร้ายแรง

⚠️  ต้องถึงขนาด "ร้ายแรง" พอ พฤติกรรมเล็กน้อยไม่เข้าเหตุนี้

เหตุที่ (3) : ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ / หมิ่นประมาทบุพการี

คู่สมรสทำร้าย ทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทอีกฝ่ายหรือบุพการีของอีกฝ่าย ถ้าเป็นการร้ายแรง ฟ้องหย่าได้

หลักฐานที่ควรเก็บ : ใบรับรองแพทย์ ใบแจ้งความ ภาพถ่ายบาดแผล พยานบุคคล

เหตุที่ (4) : จงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายเกิน 1 ปี

คู่สมรสฝ่ายหนึ่งจงใจหนีจากชีวิตสมรส ขาดการติดต่อ ไม่ส่งเงิน ไม่แสดงความห่วงใย ต่อเนื่องเกิน 1 ปี

⚠️  ต้อง "จงใจ" ทิ้ง ถ้าถูกส่งไปราชการต่างจังหวัดหรือทำงานต่างประเทศแต่ยังส่งเงินกลับมา ไม่เข้าเหตุนี้

เหตุที่ (4/1) : ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกิน 1 ปี

🆕  เหตุใหม่ที่มีผลตั้งแต่ 22 มกราคม 2568

เงื่อนไข : คู่สมรสต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้รับโทษจำคุกจริงเกิน 1 ปี ในความผิดที่อีกฝ่ายมิได้มีส่วนก่อหรือยินยอม และการเป็นคู่สมรสต่อไปจะทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อนเกินควร

ตัวอย่าง : คู่สมรสถูกจำคุก 3 ปี ฐานค้ายาเสพติด อีกฝ่ายต้องแบกภาระเลี้ยงดูครอบครัวคนเดียว ฟ้องหย่าได้

เหตุที่ (4/2) : สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี

🆕  กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลตั้งแต่ 22 มกราคม 2568 — ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ฟ้องได้

คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่ทั้งสองฝ่าย เพราะไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี

จุดสำคัญ : ต่างจากเหตุ (4) ตรงที่ต้อง "สมัครใจ" ทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งทิ้งอีกฝ่าย

ทำไมสำคัญ : เพราะก่อนหน้านี้คู่สมรสที่แยกกันอยู่โดยสมัครใจทั้งคู่จะไม่มีเหตุฟ้องหย่าเลย กฎหมายใหม่จึงเปิดช่องให้

เหตุที่ (5) : คู่สมรสสาบสูญหรือหายตัวไปเกิน 3 ปี

คู่สมรสถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาเกิน 3 ปีโดยไม่มีใครทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร

เหตุที่ (6) : ไม่อุปการะ หรือกระทำการปฏิปักษ์อย่างร้ายแรง

ป.พ.พ. มาตรา 1516 (6): "...ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นคู่สมรสกันอย่างร้ายแรง..."

คำพิพากษาศาลฎีกา 4104/2564 : การที่จำเลย (สามี) ขับไล่โจทก์ (ภรรยา) ออกจากบ้านถือว่าเป็นการกระทำปฏิปักษ์อย่างร้ายแรง โจทก์มีสิทธิฟ้องหย่าได้

ตัวอย่างอื่น : ล็อคประตูไม่ให้คู่สมรสเข้าบ้าน ตัดน้ำตัดไฟ หรือปฏิเสธการอุปการะทุกทางจนอีกฝ่ายเดือดร้อน

เหตุที่ (7) : วิกลจริตเกิน 3 ปี

วิกลจริตติดต่อกันเกิน 3 ปี มีลักษณะยากจะหายได้ และถึงขนาดที่ทนอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสต่อไปไม่ได้

⚠️  ต้องมีหลักฐานทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญจิตเวชยืนยันว่าโรคนั้นยากจะหาย

เหตุที่ (8) : ผิดทัณฑ์บนที่ทำเป็นหนังสือ

คู่สมรสกระทำผิดทัณฑ์บนที่ทำไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ เหตุนี้ใช้อายุความ 10 ปี ไม่ใช่ 1 ปี

เหตุที่ (9) : เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่ไม่มีทางหาย

โรคติดต่ออย่างร้ายแรง อาจเป็นภัยแก่อีกฝ่าย และโรคนั้นไม่มีทางหายได้

เหตุที่ (10) : มีสภาพแห่งกายทำให้ไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล

คู่สมรสมีสภาพร่างกายถาวรที่ทำให้ไม่สามารถร่วมประเวณีได้ตลอดชีวิต ต้องมีใบรับรองแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน

⚠️  "ตลอดกาล" หมายถึงถาวรสมบูรณ์ ไม่ใช่ชั่วคราว ต้องมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันสภาพถาวร


ข้อยกเว้นที่ทำให้ฟ้องหย่าไม่ได้ (มาตรา 1517 และ 1518)

ข้อยกเว้น

มาตรา

ใช้กับเหตุใด

ผล

ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ

1517 วรรคแรก

(1) และ (2) เท่านั้น

ฟ้องหย่าไม่ได้

ให้อภัยแล้ว

1518

ทุกเหตุ

สิทธิฟ้องหย่าหมดไป

กระทำเหตุ (4/2) เพราะอีกฝ่ายก่อ

1517 วรรคสอง

(4/2) เท่านั้น

อีกฝ่ายฟ้องไม่ได้

ผิดทัณฑ์บนเรื่องเล็กน้อย

1517 วรรคสาม

(8) เท่านั้น

ศาลอาจไม่พิพากษาให้หย่า

คำพิพากษาศาลฎีกา 4104/2564 : การพาคู่สมรสและบุตรไปเที่ยวด้วยกันยังไม่ถือว่าให้อภัย ตามมาตรา 1518

คำพิพากษาศาลฎีกา 9131/2539 : เพียงนิ่งเฉยไม่แสดงปฏิกิริยา ไม่ถือว่ายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ

อายุความในการฟ้องหย่า (มาตรา 1529)

ป.พ.พ. มาตรา 1529 : "สิทธิฟ้องร้องโดยอาศัยเหตุในมาตรา 1516 (1) (2) (3) หรือ (6) หรือมาตรา 1523 ย่อมระงับไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริง..."

เหตุ

อายุความ

หมายเหตุ

(1) มีชู้/ยกย่องผู้อื่น

1 ปี (นับแต่รู้)

ถ้าเหตุต่อเนื่อง = ไม่มีอายุความ

(2) ประพฤติชั่ว

1 ปี (นับแต่รู้)

ถ้าเหตุต่อเนื่อง = ไม่มีอายุความ

(3) ทำร้าย/หมิ่น

1 ปี (นับแต่รู้)

(4) ละทิ้งร้าง

ไม่มีอายุความ 1 ปี

เหตุต่อเนื่อง

(4/1) 🆕 ถูกจำคุก

ไม่มีอายุความ 1 ปี

เหตุต่อเนื่อง

(4/2) 🆕 แยกสมัครใจ

ไม่มีอายุความ 1 ปี

เหตุต่อเนื่อง

(5) สาบสูญ

ไม่มีอายุความ 1 ปี

เหตุต่อเนื่อง

(6) ปฏิปักษ์

1 ปี (ถ้าสิ้นสุด)

ถ้าต่อเนื่อง = ไม่มีอายุความ

(7) วิกลจริต

ไม่มีอายุความ 1 ปี

เหตุต่อเนื่อง

(8) ผิดทัณฑ์บน

10 ปี

ไม่ใช่ 1 ปี

(9) โรคติดต่อ

ไม่มีอายุความ 1 ปี

เหตุต่อเนื่อง

(10) ร่วมประเวณีไม่ได้

ไม่มีอายุความ 1 ปี

เหตุถาวร

⚠️  อายุความ 1 ปี จำเลยต้องยกขึ้นต่อสู้เอง ศาลจะหยิบยกเองไม่ได้


ศาลที่มีอำนาจรับฟ้องหย่า

ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ในเขตที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือ ที่มูลคดีเกิด ("มูลคดี" = สถานที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ที่จดทะเบียนสมรส)

  • แม้จำเลยจะมีภูมิลำเนานอกราชอาณาจักรก็ฟ้องได้ที่ศาลที่มูลคดีเกิด

  • คู่สมรสเพศเดียวกันยื่นฟ้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัวเช่นกัน


ขั้นตอนการฟ้องหย่า (Step-by-Step)

ขั้น

กระบวนการ

ระยะเวลา

1

เตรียมหลักฐานและเอกสาร

1–4 สัปดาห์

2

ยื่นคำฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว

1–2 วัน

3

ศาลออกหมายเรียก จำเลยรับหมาย

1–3 สัปดาห์

4

จำเลยยื่นคำให้การ (ภายใน 30 วัน)

1 เดือน

5

ศาลนัดไกล่เกลี่ย (บังคับ)

1–2 นัด

6

สืบพยานโจทก์และจำเลย (ถ้าไม่ยอมความ)

2–6 เดือน

7

ศาลมีคำพิพากษา

1–3 เดือนหลังสืบพยาน

8

รอคำพิพากษาถึงที่สุด (ถ้าไม่อุทธรณ์)

1 เดือน

9

นำสำเนาคำพิพากษาจดทะเบียนหย่า

1 วัน

รวม

ระยะเวลาทั้งหมด

6–18 เดือน


เอกสารที่ต้องใช้ในการฟ้องหย่า

ประเภท

รายการ

หมายเหตุ

ผู้ฟ้อง (โจทก์)

บัตรประชาชน + ทะเบียนบ้าน

ตัวจริง + สำเนา

เอกสารสมรส

ทะเบียนสมรส (ทร.13)

ตัวจริง + สำเนา — สำคัญที่สุด

เอกสารบุตร (ถ้ามี)

สูติบัตรบุตรทุกคน

หลักฐานเหตุหย่า

ขึ้นกับประเภทเหตุ

เช่น แชท รูปภาพ ใบแพทย์ ใบแจ้งความ

ทรัพย์สิน (ถ้าเรียก)

โฉนด สมุดบัญชี ทะเบียนรถ

เฉพาะที่จะเรียกร้อง


สิทธิที่เรียกได้เมื่อฟ้องหย่า

1. สินสมรส

สินสมรสคือทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส เมื่อหย่าให้แบ่งคนละครึ่ง (มาตรา 1533) สินส่วนตัวไม่ต้องแบ่ง

2. ค่าเลี้ยงดูคู่สมรส

ถ้าการหย่าทำให้คู่สมรสยากจนลงและอีกฝ่ายมีความสามารถ ศาลอาจกำหนดค่าเลี้ยงดู (มาตรา 1526)

3. อำนาจปกครองบุตรและค่าเลี้ยงดูบุตร

ศาลพิจารณาจากประโยชน์สูงสุดของบุตร ฝ่ายที่ไม่ได้ปกครองยังมีสิทธิติดต่อบุตรตามสมควร

4. ค่าทดแทน (มาตรา 1523)

ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง (แก้ไขโดย พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567): "คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไปในทำนองชู้ หรือจากผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งในทำนองชู้ก็ได้"

ใช้คำว่า "คู่สมรส" แทน "สามี/ภริยา" ทำให้คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากชู้ได้เท่าเทียมกัน

กฎหมายสมรสเท่าเทียม 2568 — ผลกระทบต่อคดีครอบครัว

ข้อมูลสำคัญ

รายละเอียด

ชื่อกฎหมาย

พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567

ประกาศราชกิจจานุเบกษา

24 กันยายน 2567

วันมีผลบังคับใช้

22 มกราคม 2568 (หลักวิชา) / 23 มกราคม 2568 (กระทรวงมหาดไทย)

ไทยเป็นชาติใด

ชาติแรกในอาเซียนที่รับรองสิทธิสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงใน ป.พ.พ. ด้านครอบครัว

ประเด็น

กฎหมายเดิม

กฎหมายใหม่ (2568)

ผู้สมรสได้

ชาย + หญิง เท่านั้น

บุคคล 2 คน ไม่จำกัดเพศ

คำเรียก

สามี-ภริยา

คู่สมรส (ทั้งสองฝ่าย)

เหตุฟ้องหย่า

10 เหตุ (ม.1516)

12 เหตุ (เพิ่ม 4/1 และ 4/2)

ฟ้องชู้ ม.1523

ไม่เท่าเทียม — สามีและภริยามีสิทธิต่างกัน

เท่าเทียม — ใช้คำว่า "คู่สมรส" ทุกเพศ

สินสมรส

เฉพาะคู่สมรสชาย-หญิง

คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิเท่าเทียม

มรดก / ทายาท

เฉพาะคู่สมรสชาย-หญิง

คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิรับมรดกเท่าเทียม

รับบุตรบุญธรรมร่วมกัน

เฉพาะคู่สมรสชาย-หญิง

คู่สมรสทุกเพศทำได้


สิทธิของคู่สมรสเพศเดียวกันที่ได้รับจากกฎหมายใหม่

✅  จดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมายไทย — ทั้งคู่สมรสไทย-ไทย และไทย-ต่างชาติ

✅  มีสินสมรสและสินส่วนตัวเหมือนคู่สมรสต่างเพศ

✅  ฟ้องหย่าได้ โดยใช้เหตุตาม ม.1516 ทั้ง 10 เหตุเช่นกัน

✅  เป็นทายาทโดยธรรมของกันและกัน มีสิทธิรับมรดก

✅  ลงนามยินยอมรับการรักษาพยาบาลแทนกันได้

✅  รับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้

✅  ฟ้องชู้และเรียกค่าทดแทนได้ตาม ม.1523 ใหม่ ทุกเพศ


สิ่งที่ยังต้องติดตาม

⚠️  กฎหมายอื่นๆ ที่ยังใช้คำว่า "สามี-ภริยา" ต้องรอการแก้ไขภายใน 180 วันนับแต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล ในระหว่างนั้นอาจยังไม่ครอบคลุมทันที

  • ประกันสังคม / ประกันชีวิต — บางนโยบายอาจต้องรอการแก้ไขกฎหมายอื่น

  • สิทธิข้าราชการ (บำเหน็จ บำนาญ สวัสดิการ) — อาจต้องรอ

  • การรับบุตรบุญธรรมบางประเภท — ต้องตรวจสอบกฎหมายเฉพาะ


การฟ้องหย่าของคู่สมรสเพศเดียวกัน — ประเด็นพิเศษ

คู่สมรสเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสตาม พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 สามารถฟ้องหย่าได้เหมือนคู่สมรสต่างเพศในทุกประการ โดยใช้เหตุฟ้องหย่าตาม ม.1516 ทั้ง 10 เหตุ ยื่นฟ้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัวเช่นกัน

📌  คู่สมรสเพศเดียวกันที่ "จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ" ก่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล ต้องตรวจสอบว่าการสมรสนั้นได้รับการรับรองตามกฎหมายไทยหรือไม่ก่อนดำเนินคดี


กรณีพิเศษ : ฟ้องหย่าชาวต่างชาติ

พ.ร.บ. ขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27: "ศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่ากัน เว้นแต่กฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้..."

คำพิพากษาศาลฎีกา 1869/2566 : โจทก์ไม่นำสืบว่ากฎหมายอังกฤษอนุญาตให้หย่าได้ ศาลยกฟ้อง แม้จำเลยไม่ได้ต่อสู้

⚠️  ฟ้องหย่าชาวต่างชาติต้องพิสูจน์ว่ากฎหมายสัญชาติของจำเลยอนุญาตให้หย่าได้ด้วย


แนวคำพิพากษาศาลฎีกาสำคัญ

คำพิพากษาศาลฎีกา 4104/2564 — สามีขับไล่ภรรยาออกจากบ้าน

คำวินิจฉัย : การขับไล่คู่สมรสออกจากบ้านเป็นการกระทำปฏิปักษ์อย่างร้ายแรง ตาม ม.1516 (6) การพาไปเที่ยวด้วยกันไม่ถือว่าให้อภัย (ม.1518) ศาลฎีกาพิพากษาให้หย่าและให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร

คำพิพากษาศาลฎีกา 1869/2566 — ฟ้องหย่าชาวต่างชาติ

คำวินิจฉัย : โจทก์มีภาระพิสูจน์ว่ากฎหมายสัญชาติจำเลยอนุญาตให้หย่าได้ เมื่อไม่นำสืบ ศาลยกฟ้องได้เองแม้จำเลยไม่ต่อสู้ เพราะเป็นเรื่องความสงบเรียบร้อย

คำพิพากษาศาลฎีกา 3596/2546 — เหตุต่อเนื่อง ไม่ขาดอายุความ

คำวินิจฉัย: สามีมีภรรยาน้อยและอยู่กินร่วมกันต่อเนื่องจนถึงวันฟ้อง แม้โจทก์รู้มานานกว่า 1 ปีแล้ว คดีก็ไม่ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกา 4261/2545 — เหตุต่อเนื่อง

คำวินิจฉัย: สามีมีภรรยาน้อยเป็นเหตุต่อเนื่อง แม้รู้เกิน 1 ปีก็ฟ้องได้

FAQ — คำถามที่พบบ่อย

Q: คู่สมรสเพศเดียวกันฟ้องหย่าได้ไหม?

A: ได้ ตั้งแต่ 22 มกราคม 2568 คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสตาม พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 ไม่ว่าเพศใดมีสิทธิฟ้องหย่าและถูกฟ้องหย่าเหมือนคู่สมรสต่างเพศในทุกประการ

Q: อยากหย่าแต่อีกฝ่ายไม่ยอม ทำอย่างไร?

A: ต้องฟ้องหย่าต่อศาล โดยมีเหตุฟ้องหย่าตาม ม.1516 อย่างน้อย 1 เหตุ ถ้าพิสูจน์ได้ศาลจะมีคำพิพากษาให้หย่าโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย

Q: สมัครใจแยกกันอยู่มา 4 ปีแล้ว ฟ้องหย่าได้ไหม?

A: ได้แล้ว! หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล (22 ม.ค. 2568) มีเหตุ (4/2) ให้ฟ้องหย่าได้ถ้าแยกกันอยู่โดยสมัครใจเกิน 3 ปี แม้จะไม่มีเหตุข้ออื่นเลย

Q: หย่าแล้วสินสมรสแบ่งอย่างไร?

A: แบ่งคนละครึ่งตาม ม.1533 ทั้งคู่สมรสต่างเพศและเพศเดียวกัน สินส่วนตัวไม่แบ่ง

Q: คู่สมรสเพศเดียวกันฟ้องชู้ได้ไหม?

A: ได้ มาตรา 1523 ฉบับใหม่ใช้คำว่า "คู่สมรส" ซึ่งครอบคลุมทุกเพศ ทำให้คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากชู้ได้เท่าเทียมกัน

Q: ฟ้องหย่าต้องใช้เวลากี่ปี?

A: โดยปกติ 6–18 เดือน ขึ้นกับศาลและความซับซ้อนของคดี ถ้าจำเลยไม่ต่อสู้อาจเร็วกว่านั้น

Q: ถ้าไม่มีเงินจ้างทนายทำอย่างไร?

A: ติดต่อสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ (สคช.) ในจังหวัดของท่าน ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายฟรีหรือในราคาต่ำสำหรับผู้มีรายได้น้อย


สรุป

การฟ้องหย่าตามกฎหมายไทยในปี 2568 มีความครอบคลุมมากขึ้นจากกฎหมายสมรสเท่าเทียม ปัจจุบันมีเหตุฟ้องหย่า 12 เหตุ (จากเดิม 10) และคู่สมรสทุกเพศมีสิทธิฟ้องหย่า สินสมรส ค่าทดแทน และมรดกเท่าเทียมกัน

หัวใจสำคัญของการฟ้องหย่าคือต้องมีเหตุตาม ม.1516 อย่างน้อย 1 เหตุ ไม่ขาดอายุความ และเตรียมหลักฐานพิสูจน์ให้ครบถ้วน

ปรึกษาคดีกับทนายเจตน์สฤษฎิ์ ไชยงค์ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแพ่ง อาญา ครอบครัว มรดก ที่ดิน แรงงาน และคดีอื่น ๆ โดยทนายความผู้มีประสบการณ์ หากต้องการประเมินแนวทางคดีหรือสอบถามข้อมูลเบื้องต้น สามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาได้ ติดต่อ LINE ID: @280cwfgf


ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น