ฟ้องหย่า
ขั้นตอนฟ้องหย่า - อ้างเหตุฟ้องหย่า - สิทธิที่เรียกได้
รวมกฎหมายสมรสเท่าเทียม พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567
การสมรสตามกฎหมายไทยเป็นสัญญาทางแพ่งที่ก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสอย่างสมบูรณ์ เมื่อชีวิตคู่ดำเนินมาถึงจุดที่ไม่อาจดำเนินต่อไปได้ กฎหมายเปิดทางให้สามารถยุติความสัมพันธ์ได้ตามกระบวนการที่กำหนด
หลังพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 22 มกราคม 2568 เป็นต้นไป คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกันในด้านครอบครัวและคดีหย่าทุกประการ
บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการฟ้องหย่า ตั้งแต่เหตุฟ้องหย่าครบทุกข้อ (รวม 2 เหตุใหม่) ข้อยกเว้น อายุความ ขั้นตอน เอกสาร ค่าใช้จ่าย สิทธิที่เรียกได้ และสิทธิของคู่สมรสเพศเดียวกัน ครบในที่เดียว
การหย่าร้างตามกฎหมายไทย มีกี่วิธี ?
ป.พ.พ. มาตรา 1514 : "การหย่านั้นจะทำได้แต่โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคำพิพากษาของศาล การหย่าโดยความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน"
ประเภท | เงื่อนไข | หลักฐาน | ผลทางกฎหมาย |
หย่าโดยความยินยอม (ม.1514) | คู่สมรสทั้งสองยินยอม | หนังสือหย่า + พยาน 2 คน + จดทะเบียนหย่า | สมบูรณ์เมื่อจดทะเบียน |
ฟ้องหย่าโดยคำพิพากษา (ม.1516) | มีเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมาย | ฟ้องต่อศาล + นำสืบพยาน | สมบูรณ์เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด + จดทะเบียน |
ห้ามทำหนังสือหย่าด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ เช่น หย่าทาง LINE หรือ Facebook ไม่มีผลทางกฎหมาย
ถ้าทำหนังสือหย่าถูกต้องแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอมไปจดทะเบียน ฟ้องบังคับได้ภายใน 10 ปี
คู่สมรสเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีสิทธิหย่าโดยทั้ง 2 วิธีเช่นกัน
เหตุฟ้องหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 มี 10 ประการ
กฎหมายกำหนดเหตุฟ้องหย่าไว้เพียง 10 เหตุในตอนแรก แต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมได้เพิ่มเหตุ (4/1) และ (4/2) ทำให้ปัจจุบันมีทั้งหมด 12 เหตุ ซึ่งเป็น "รายการปิด" ไม่สามารถเพิ่มเติมหรือตีความขยายได้
เหตุ | ชื่อย่อ | ระยะเวลาที่กำหนด | อายุความ |
(1) | อุปการะเลี้ยงดู/ยกย่องผู้อื่น/มีชู้ | ไม่กำหนด | 1 ปี (นับแต่รู้) หรือต่อเนื่องไม่มีอายุความ |
(2) | ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง | ไม่กำหนด | 1 ปี (นับแต่รู้) |
(3) | ทำร้าย/หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง รวมถึงบุพการีของอีกฝ่ายด้วย | ไม่กำหนด | 1 ปี (นับแต่รู้) |
(4) | จงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่ง | เกิน 1 ปี | ไม่มีอายุความ 1 ปี (เหตุต่อเนื่อง) |
(4/1) 🆕 | คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกจำคุก | เกิน 1 ปี | ไม่มีอายุความ 1 ปี (เหตุต่อเนื่อง) |
(4/2) 🆕 | คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่ | เกิน 3 ปี | ไม่มีอายุความ 1 ปี (เหตุต่อเนื่อง) |
(5) | คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ | เกิน 3 ปี | ไม่มีอายุความ 1 ปี (เหตุต่อเนื่อง) |
(6) | คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำการเป็นปฏิปักษ์/ไม่อุปการะ | ไม่กำหนด | 1 ปี (นับแต่รู้) หรือต่อเนื่องไม่มีอายุความ |
(7) | คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งวิกลจริต | เกิน 3 ปี | ไม่มีอายุความ 1 ปี (เหตุต่อเนื่อง) |
(8) | คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดทัณฑ์บน | ไม่กำหนด | 10 ปี (ไม่ใช่ 1 ปี) |
(9) | คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรง | ไม่กำหนด | ไม่มีอายุความ 1 ปี (เหตุต่อเนื่อง) |
(10) | คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร่างกายไม่อาจร่วมประเวณีไม่ได้ตลอดกาล | ถาวร | ไม่มีอายุความ 1 ปี |
เหตุที่ (1) : ยกย่องผู้อื่นเป็นคู่สมรสหรือมีชู้
คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายฟ้องหย่าได้
ตัวอย่าง : คู่สมรสมีคนรักใหม่ ออกงานสังคมด้วยกัน จ่ายค่าใช้จ่ายให้ หรือซื้อที่พักอาศัยให้
คำพิพากษาศาลฎีกา 3596/2546 : สามีจดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นและอยู่กินร่วมกันอย่างเปิดเผย แม้โจทก์รู้มานานกว่า 1 ปีแต่เหตุยังต่อเนื่อง คดีไม่ขาดอายุความ
📌 หลังสมรสเท่าเทียม : "คู่สมรส" ทุกเพศมีสิทธิฟ้องและถูกฟ้องตามเหตุนี้เท่าเทียมกัน
เหตุที่ (2) : ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
คู่สมรสประพฤติชั่ว ทำให้อีกฝ่ายได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ถูกดูถูกเกลียดชัง หรือเดือดร้อนเกินควร เช่น ติดการพนัน ยาเสพติด กระทำผิดคดีอาญาร้ายแรง
⚠️ ต้องถึงขนาด "ร้ายแรง" พอ พฤติกรรมเล็กน้อยไม่เข้าเหตุนี้
เหตุที่ (3) : ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ / หมิ่นประมาทบุพการี
คู่สมรสทำร้าย ทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทอีกฝ่ายหรือบุพการีของอีกฝ่าย ถ้าเป็นการร้ายแรง ฟ้องหย่าได้
หลักฐานที่ควรเก็บ : ใบรับรองแพทย์ ใบแจ้งความ ภาพถ่ายบาดแผล พยานบุคคล
เหตุที่ (4) : จงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายเกิน 1 ปี
คู่สมรสฝ่ายหนึ่งจงใจหนีจากชีวิตสมรส ขาดการติดต่อ ไม่ส่งเงิน ไม่แสดงความห่วงใย ต่อเนื่องเกิน 1 ปี
⚠️ ต้อง "จงใจ" ทิ้ง ถ้าถูกส่งไปราชการต่างจังหวัดหรือทำงานต่างประเทศแต่ยังส่งเงินกลับมา ไม่เข้าเหตุนี้
เหตุที่ (4/1) : ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกิน 1 ปี
🆕 เหตุใหม่ที่มีผลตั้งแต่ 22 มกราคม 2568
เงื่อนไข : คู่สมรสต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้รับโทษจำคุกจริงเกิน 1 ปี ในความผิดที่อีกฝ่ายมิได้มีส่วนก่อหรือยินยอม และการเป็นคู่สมรสต่อไปจะทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อนเกินควร
ตัวอย่าง : คู่สมรสถูกจำคุก 3 ปี ฐานค้ายาเสพติด อีกฝ่ายต้องแบกภาระเลี้ยงดูครอบครัวคนเดียว ฟ้องหย่าได้
เหตุที่ (4/2) : สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี
🆕 กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลตั้งแต่ 22 มกราคม 2568 — ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ฟ้องได้
คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่ทั้งสองฝ่าย เพราะไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี
จุดสำคัญ : ต่างจากเหตุ (4) ตรงที่ต้อง "สมัครใจ" ทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งทิ้งอีกฝ่าย
ทำไมสำคัญ : เพราะก่อนหน้านี้คู่สมรสที่แยกกันอยู่โดยสมัครใจทั้งคู่จะไม่มีเหตุฟ้องหย่าเลย กฎหมายใหม่จึงเปิดช่องให้
เหตุที่ (5) : คู่สมรสสาบสูญหรือหายตัวไปเกิน 3 ปี
คู่สมรสถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาเกิน 3 ปีโดยไม่มีใครทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
เหตุที่ (6) : ไม่อุปการะ หรือกระทำการปฏิปักษ์อย่างร้ายแรง
ป.พ.พ. มาตรา 1516 (6): "...ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นคู่สมรสกันอย่างร้ายแรง..."
คำพิพากษาศาลฎีกา 4104/2564 : การที่จำเลย (สามี) ขับไล่โจทก์ (ภรรยา) ออกจากบ้านถือว่าเป็นการกระทำปฏิปักษ์อย่างร้ายแรง โจทก์มีสิทธิฟ้องหย่าได้
ตัวอย่างอื่น : ล็อคประตูไม่ให้คู่สมรสเข้าบ้าน ตัดน้ำตัดไฟ หรือปฏิเสธการอุปการะทุกทางจนอีกฝ่ายเดือดร้อน
เหตุที่ (7) : วิกลจริตเกิน 3 ปี
วิกลจริตติดต่อกันเกิน 3 ปี มีลักษณะยากจะหายได้ และถึงขนาดที่ทนอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสต่อไปไม่ได้
⚠️ ต้องมีหลักฐานทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญจิตเวชยืนยันว่าโรคนั้นยากจะหาย
เหตุที่ (8) : ผิดทัณฑ์บนที่ทำเป็นหนังสือ
คู่สมรสกระทำผิดทัณฑ์บนที่ทำไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ เหตุนี้ใช้อายุความ 10 ปี ไม่ใช่ 1 ปี
เหตุที่ (9) : เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่ไม่มีทางหาย
โรคติดต่ออย่างร้ายแรง อาจเป็นภัยแก่อีกฝ่าย และโรคนั้นไม่มีทางหายได้
เหตุที่ (10) : มีสภาพแห่งกายทำให้ไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล
คู่สมรสมีสภาพร่างกายถาวรที่ทำให้ไม่สามารถร่วมประเวณีได้ตลอดชีวิต ต้องมีใบรับรองแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน
⚠️ "ตลอดกาล" หมายถึงถาวรสมบูรณ์ ไม่ใช่ชั่วคราว ต้องมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันสภาพถาวร
ข้อยกเว้นที่ทำให้ฟ้องหย่าไม่ได้ (มาตรา 1517 และ 1518)
ข้อยกเว้น | มาตรา | ใช้กับเหตุใด | ผล |
ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ | 1517 วรรคแรก | (1) และ (2) เท่านั้น | ฟ้องหย่าไม่ได้ |
ให้อภัยแล้ว | 1518 | ทุกเหตุ | สิทธิฟ้องหย่าหมดไป |
กระทำเหตุ (4/2) เพราะอีกฝ่ายก่อ | 1517 วรรคสอง | (4/2) เท่านั้น | อีกฝ่ายฟ้องไม่ได้ |
ผิดทัณฑ์บนเรื่องเล็กน้อย | 1517 วรรคสาม | (8) เท่านั้น | ศาลอาจไม่พิพากษาให้หย่า |
คำพิพากษาศาลฎีกา 4104/2564 : การพาคู่สมรสและบุตรไปเที่ยวด้วยกันยังไม่ถือว่าให้อภัย ตามมาตรา 1518
คำพิพากษาศาลฎีกา 9131/2539 : เพียงนิ่งเฉยไม่แสดงปฏิกิริยา ไม่ถือว่ายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ
อายุความในการฟ้องหย่า (มาตรา 1529)
ป.พ.พ. มาตรา 1529 : "สิทธิฟ้องร้องโดยอาศัยเหตุในมาตรา 1516 (1) (2) (3) หรือ (6) หรือมาตรา 1523 ย่อมระงับไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริง..."
เหตุ | อายุความ | หมายเหตุ |
(1) มีชู้/ยกย่องผู้อื่น | 1 ปี (นับแต่รู้) | ถ้าเหตุต่อเนื่อง = ไม่มีอายุความ |
(2) ประพฤติชั่ว | 1 ปี (นับแต่รู้) | ถ้าเหตุต่อเนื่อง = ไม่มีอายุความ |
(3) ทำร้าย/หมิ่น | 1 ปี (นับแต่รู้) | — |
(4) ละทิ้งร้าง | ไม่มีอายุความ 1 ปี | เหตุต่อเนื่อง |
(4/1) 🆕 ถูกจำคุก | ไม่มีอายุความ 1 ปี | เหตุต่อเนื่อง |
(4/2) 🆕 แยกสมัครใจ | ไม่มีอายุความ 1 ปี | เหตุต่อเนื่อง |
(5) สาบสูญ | ไม่มีอายุความ 1 ปี | เหตุต่อเนื่อง |
(6) ปฏิปักษ์ | 1 ปี (ถ้าสิ้นสุด) | ถ้าต่อเนื่อง = ไม่มีอายุความ |
(7) วิกลจริต | ไม่มีอายุความ 1 ปี | เหตุต่อเนื่อง |
(8) ผิดทัณฑ์บน | 10 ปี | ไม่ใช่ 1 ปี |
(9) โรคติดต่อ | ไม่มีอายุความ 1 ปี | เหตุต่อเนื่อง |
(10) ร่วมประเวณีไม่ได้ | ไม่มีอายุความ 1 ปี | เหตุถาวร |
⚠️ อายุความ 1 ปี จำเลยต้องยกขึ้นต่อสู้เอง ศาลจะหยิบยกเองไม่ได้
ศาลที่มีอำนาจรับฟ้องหย่า
ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ในเขตที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือ ที่มูลคดีเกิด ("มูลคดี" = สถานที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ที่จดทะเบียนสมรส)
แม้จำเลยจะมีภูมิลำเนานอกราชอาณาจักรก็ฟ้องได้ที่ศาลที่มูลคดีเกิด
คู่สมรสเพศเดียวกันยื่นฟ้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัวเช่นกัน
ขั้นตอนการฟ้องหย่า (Step-by-Step)
ขั้น | กระบวนการ | ระยะเวลา |
1 | เตรียมหลักฐานและเอกสาร | 1–4 สัปดาห์ |
2 | ยื่นคำฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว | 1–2 วัน |
3 | ศาลออกหมายเรียก จำเลยรับหมาย | 1–3 สัปดาห์ |
4 | จำเลยยื่นคำให้การ (ภายใน 30 วัน) | 1 เดือน |
5 | ศาลนัดไกล่เกลี่ย (บังคับ) | 1–2 นัด |
6 | สืบพยานโจทก์และจำเลย (ถ้าไม่ยอมความ) | 2–6 เดือน |
7 | ศาลมีคำพิพากษา | 1–3 เดือนหลังสืบพยาน |
8 | รอคำพิพากษาถึงที่สุด (ถ้าไม่อุทธรณ์) | 1 เดือน |
9 | นำสำเนาคำพิพากษาจดทะเบียนหย่า | 1 วัน |
รวม | ระยะเวลาทั้งหมด | 6–18 เดือน |
เอกสารที่ต้องใช้ในการฟ้องหย่า
ประเภท | รายการ | หมายเหตุ |
ผู้ฟ้อง (โจทก์) | บัตรประชาชน + ทะเบียนบ้าน | ตัวจริง + สำเนา |
เอกสารสมรส | ทะเบียนสมรส (ทร.13) | ตัวจริง + สำเนา — สำคัญที่สุด |
เอกสารบุตร (ถ้ามี) | สูติบัตรบุตรทุกคน | — |
หลักฐานเหตุหย่า | ขึ้นกับประเภทเหตุ | เช่น แชท รูปภาพ ใบแพทย์ ใบแจ้งความ |
ทรัพย์สิน (ถ้าเรียก) | โฉนด สมุดบัญชี ทะเบียนรถ | เฉพาะที่จะเรียกร้อง |
สิทธิที่เรียกได้เมื่อฟ้องหย่า
1. สินสมรส
สินสมรสคือทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส เมื่อหย่าให้แบ่งคนละครึ่ง (มาตรา 1533) สินส่วนตัวไม่ต้องแบ่ง
2. ค่าเลี้ยงดูคู่สมรส
ถ้าการหย่าทำให้คู่สมรสยากจนลงและอีกฝ่ายมีความสามารถ ศาลอาจกำหนดค่าเลี้ยงดู (มาตรา 1526)
3. อำนาจปกครองบุตรและค่าเลี้ยงดูบุตร
ศาลพิจารณาจากประโยชน์สูงสุดของบุตร ฝ่ายที่ไม่ได้ปกครองยังมีสิทธิติดต่อบุตรตามสมควร
4. ค่าทดแทน (มาตรา 1523)
ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง (แก้ไขโดย พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567): "คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไปในทำนองชู้ หรือจากผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งในทำนองชู้ก็ได้"
ใช้คำว่า "คู่สมรส" แทน "สามี/ภริยา" ทำให้คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากชู้ได้เท่าเทียมกัน
กฎหมายสมรสเท่าเทียม 2568 — ผลกระทบต่อคดีครอบครัว
ข้อมูลสำคัญ | รายละเอียด |
ชื่อกฎหมาย | พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 |
ประกาศราชกิจจานุเบกษา | 24 กันยายน 2567 |
วันมีผลบังคับใช้ | 22 มกราคม 2568 (หลักวิชา) / 23 มกราคม 2568 (กระทรวงมหาดไทย) |
ไทยเป็นชาติใด | ชาติแรกในอาเซียนที่รับรองสิทธิสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ |
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงใน ป.พ.พ. ด้านครอบครัว
ประเด็น | กฎหมายเดิม | กฎหมายใหม่ (2568) |
ผู้สมรสได้ | ชาย + หญิง เท่านั้น | บุคคล 2 คน ไม่จำกัดเพศ |
คำเรียก | สามี-ภริยา | คู่สมรส (ทั้งสองฝ่าย) |
เหตุฟ้องหย่า | 10 เหตุ (ม.1516) | 12 เหตุ (เพิ่ม 4/1 และ 4/2) |
ฟ้องชู้ ม.1523 | ไม่เท่าเทียม — สามีและภริยามีสิทธิต่างกัน | เท่าเทียม — ใช้คำว่า "คู่สมรส" ทุกเพศ |
สินสมรส | เฉพาะคู่สมรสชาย-หญิง | คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิเท่าเทียม |
มรดก / ทายาท | เฉพาะคู่สมรสชาย-หญิง | คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิรับมรดกเท่าเทียม |
รับบุตรบุญธรรมร่วมกัน | เฉพาะคู่สมรสชาย-หญิง | คู่สมรสทุกเพศทำได้ |
สิทธิของคู่สมรสเพศเดียวกันที่ได้รับจากกฎหมายใหม่
✅ จดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมายไทย — ทั้งคู่สมรสไทย-ไทย และไทย-ต่างชาติ
✅ มีสินสมรสและสินส่วนตัวเหมือนคู่สมรสต่างเพศ
✅ ฟ้องหย่าได้ โดยใช้เหตุตาม ม.1516 ทั้ง 10 เหตุเช่นกัน
✅ เป็นทายาทโดยธรรมของกันและกัน มีสิทธิรับมรดก
✅ ลงนามยินยอมรับการรักษาพยาบาลแทนกันได้
✅ รับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้
✅ ฟ้องชู้และเรียกค่าทดแทนได้ตาม ม.1523 ใหม่ ทุกเพศ
สิ่งที่ยังต้องติดตาม
⚠️ กฎหมายอื่นๆ ที่ยังใช้คำว่า "สามี-ภริยา" ต้องรอการแก้ไขภายใน 180 วันนับแต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล ในระหว่างนั้นอาจยังไม่ครอบคลุมทันที
ประกันสังคม / ประกันชีวิต — บางนโยบายอาจต้องรอการแก้ไขกฎหมายอื่น
สิทธิข้าราชการ (บำเหน็จ บำนาญ สวัสดิการ) — อาจต้องรอ
การรับบุตรบุญธรรมบางประเภท — ต้องตรวจสอบกฎหมายเฉพาะ
การฟ้องหย่าของคู่สมรสเพศเดียวกัน — ประเด็นพิเศษ
คู่สมรสเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสตาม พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 สามารถฟ้องหย่าได้เหมือนคู่สมรสต่างเพศในทุกประการ โดยใช้เหตุฟ้องหย่าตาม ม.1516 ทั้ง 10 เหตุ ยื่นฟ้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัวเช่นกัน
📌 คู่สมรสเพศเดียวกันที่ "จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ" ก่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล ต้องตรวจสอบว่าการสมรสนั้นได้รับการรับรองตามกฎหมายไทยหรือไม่ก่อนดำเนินคดี
กรณีพิเศษ : ฟ้องหย่าชาวต่างชาติ
พ.ร.บ. ขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27: "ศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่ากัน เว้นแต่กฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้..."
คำพิพากษาศาลฎีกา 1869/2566 : โจทก์ไม่นำสืบว่ากฎหมายอังกฤษอนุญาตให้หย่าได้ ศาลยกฟ้อง แม้จำเลยไม่ได้ต่อสู้
⚠️ ฟ้องหย่าชาวต่างชาติต้องพิสูจน์ว่ากฎหมายสัญชาติของจำเลยอนุญาตให้หย่าได้ด้วย
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาสำคัญ
คำพิพากษาศาลฎีกา 4104/2564 — สามีขับไล่ภรรยาออกจากบ้าน
คำวินิจฉัย : การขับไล่คู่สมรสออกจากบ้านเป็นการกระทำปฏิปักษ์อย่างร้ายแรง ตาม ม.1516 (6) การพาไปเที่ยวด้วยกันไม่ถือว่าให้อภัย (ม.1518) ศาลฎีกาพิพากษาให้หย่าและให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร
คำพิพากษาศาลฎีกา 1869/2566 — ฟ้องหย่าชาวต่างชาติ
คำวินิจฉัย : โจทก์มีภาระพิสูจน์ว่ากฎหมายสัญชาติจำเลยอนุญาตให้หย่าได้ เมื่อไม่นำสืบ ศาลยกฟ้องได้เองแม้จำเลยไม่ต่อสู้ เพราะเป็นเรื่องความสงบเรียบร้อย
คำพิพากษาศาลฎีกา 3596/2546 — เหตุต่อเนื่อง ไม่ขาดอายุความ
คำวินิจฉัย: สามีมีภรรยาน้อยและอยู่กินร่วมกันต่อเนื่องจนถึงวันฟ้อง แม้โจทก์รู้มานานกว่า 1 ปีแล้ว คดีก็ไม่ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกา 4261/2545 — เหตุต่อเนื่อง
คำวินิจฉัย: สามีมีภรรยาน้อยเป็นเหตุต่อเนื่อง แม้รู้เกิน 1 ปีก็ฟ้องได้
FAQ — คำถามที่พบบ่อย
Q: คู่สมรสเพศเดียวกันฟ้องหย่าได้ไหม?
A: ได้ ตั้งแต่ 22 มกราคม 2568 คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสตาม พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 ไม่ว่าเพศใดมีสิทธิฟ้องหย่าและถูกฟ้องหย่าเหมือนคู่สมรสต่างเพศในทุกประการ
Q: อยากหย่าแต่อีกฝ่ายไม่ยอม ทำอย่างไร?
A: ต้องฟ้องหย่าต่อศาล โดยมีเหตุฟ้องหย่าตาม ม.1516 อย่างน้อย 1 เหตุ ถ้าพิสูจน์ได้ศาลจะมีคำพิพากษาให้หย่าโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย
Q: สมัครใจแยกกันอยู่มา 4 ปีแล้ว ฟ้องหย่าได้ไหม?
A: ได้แล้ว! หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล (22 ม.ค. 2568) มีเหตุ (4/2) ให้ฟ้องหย่าได้ถ้าแยกกันอยู่โดยสมัครใจเกิน 3 ปี แม้จะไม่มีเหตุข้ออื่นเลย
Q: หย่าแล้วสินสมรสแบ่งอย่างไร?
A: แบ่งคนละครึ่งตาม ม.1533 ทั้งคู่สมรสต่างเพศและเพศเดียวกัน สินส่วนตัวไม่แบ่ง
Q: คู่สมรสเพศเดียวกันฟ้องชู้ได้ไหม?
A: ได้ มาตรา 1523 ฉบับใหม่ใช้คำว่า "คู่สมรส" ซึ่งครอบคลุมทุกเพศ ทำให้คู่สมรสทุกเพศมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากชู้ได้เท่าเทียมกัน
Q: ฟ้องหย่าต้องใช้เวลากี่ปี?
A: โดยปกติ 6–18 เดือน ขึ้นกับศาลและความซับซ้อนของคดี ถ้าจำเลยไม่ต่อสู้อาจเร็วกว่านั้น
Q: ถ้าไม่มีเงินจ้างทนายทำอย่างไร?
A: ติดต่อสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ (สคช.) ในจังหวัดของท่าน ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายฟรีหรือในราคาต่ำสำหรับผู้มีรายได้น้อย
สรุป
การฟ้องหย่าตามกฎหมายไทยในปี 2568 มีความครอบคลุมมากขึ้นจากกฎหมายสมรสเท่าเทียม ปัจจุบันมีเหตุฟ้องหย่า 12 เหตุ (จากเดิม 10) และคู่สมรสทุกเพศมีสิทธิฟ้องหย่า สินสมรส ค่าทดแทน และมรดกเท่าเทียมกัน
หัวใจสำคัญของการฟ้องหย่าคือต้องมีเหตุตาม ม.1516 อย่างน้อย 1 เหตุ ไม่ขาดอายุความ และเตรียมหลักฐานพิสูจน์ให้ครบถ้วน
ปรึกษาคดีกับทนายเจตน์สฤษฎิ์ ไชยงค์ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแพ่ง อาญา ครอบครัว มรดก ที่ดิน แรงงาน และคดีอื่น ๆ โดยทนายความผู้มีประสบการณ์ หากต้องการประเมินแนวทางคดีหรือสอบถามข้อมูลเบื้องต้น สามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาได้ ติดต่อ LINE ID: @280cwfgf