คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4929/2569
คริปโทเคอร์เรนซี หรือ บิตคอยน์ Bitcoin ถือเป็น "ทรัพย์สิน" ตามกฎหมายไทย
ฎีกาย่อ
ตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 คริปโทเคอร์เรนซี หมายความว่า หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์โดยมีความประสงค์ที่จะใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใด หรือแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัล แม้หนังสือธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า เงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซียังไม่ถือว่าเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ผู้ทำธุรกรรมอาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ใช้บริการทางการเงิน กรณีถูกหลอกลวงหรือเกิดปัญหาในการทำธุรกรรมก็ตาม แต่หนังสือธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าวมีรายละเอียดว่า คริปโทเคอร์เรนซีมีราคาผันผวนสูงเป็นการแปรผันตามความต้องการของผู้ซื้อขาย และส่วนหนึ่งเกิดจากการเก็งกำไร ตามหลักปฏิบัติทั่วไป Bitcoin และเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซีจัดเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่มีมูลค่าตามตลาดที่แลกเปลี่ยนกัน สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้หากมีผู้ซื้อรองรับ และบุคคลทั่วไปสามารถถือครอง Bitcoin เมื่อปรากฏว่าผู้เสียหายต้องใช้เงิน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้นก็มีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 1,878,000 บาท แลกเปลี่ยนเป็นบิตคอยน์เพื่อโอนให้กับกลุ่มของคนร้าย สิ่งที่ผู้เสียหายต้องเสียไปอันเนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนเงินตราไปเป็นคริปโทเคอร์เรนซีซึ่งมีรูปร่างบนระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ จึงมีราคาและอาจถือเอาได้ในจำนวนที่ไม่น้อยกว่ามูลค่าของเงินที่โอนไปประมาณ 1,878,000 บาท หาได้ปราศจากมูลค่าและไม่มีรูปร่างแต่อย่างใด เงินที่ถูกโอนไปเป็นทรัพย์จึงครบองค์ประกอบความผิดเกี่ยวกับทรัพย์แล้ว
แหล่งที่มา : สรรหาฎีกาเด็ด
https://deka.supremecourt.or.th/
ฎีกาเต็ม
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 309, 340, 340 ตรี, 391 และให้จำเลยคืนเงินดิจิทัล บิตคอยน์ มูลค่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.480801 BTC คิดเป็นเงินไทย 1,878,000 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง, 340 วรรคแรก (ที่ถูก วรรคหนึ่ง) ประกอบ 340 ตรี, 391 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 15 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี ให้จำเลยคืนเงินดิจิทัล (ที่ถูก เงินดิจิทัล บิตคอยน์ มีมูลค่า) 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเงินดิจิทัล บิตคอยน์ 2.480801 BTC คิดเป็นเงินไทย 1,878,000 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า วันที่ 13 กันยายน 2565 เวลาประมาณ 14 นาฬิกา จำเลยติดต่อกับนายวลาดิเมียร์ คนสัญชาติรัสเซีย ซึ่งประกอบธุรกิจให้เช่ารถในนามบริษัท อ. ผ่านแอปพลิเคชัน WHATSAPP ขอยืมรถตู้สีดำ หมายเลขทะเบียน ฮค xxxx กรุงเทพมหานคร จากนายวลาดิเมียร์ ระบุว่าจะนำไปรับเพื่อนที่สนามบินและใช้ขับในจังหวัดชลบุรี วันที่ 17 กันยายน 2565 เวลาประมาณ 16.50 นาฬิกา จำเลยขับรถตู้คันดังกล่าวไปคืนให้นายวลาดิเมียร์ ที่บริษัท อ. ซึ่งเป็นร้านรถเช่าของนายวลาดิเมียร์ ในวันที่ 13 กันยายน 2565 จำเลยขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส หมายเลขทะเบียน ขน xxxx ชลบุรี พานายซัลมาน คนสัญชาติคาซัคสถาน ไปรับรถตู้หมายเลขทะเบียน ฮค xxxx กรุงเทพมหานคร ที่ขอยืมจากนายวลาดิเมียร์ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. แยกหาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี แล้วจำเลยขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส หมายเลขทะเบียน ขน xxxx ชลบุรี ออกไป วันเดียวกันจำเลยกับนายซัลมานเดินทางไปรับนายซิงกิส คนสัญชาติเยอรมนี ที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 14 กันยายน 2565 เวลาประมาณ 21 นาฬิกา นายโอเลกับจำเลยขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน งท xxxx ชลบุรี เดินทางออกจากเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ไปยังอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยจำเลยช่วยขับรถให้ด้วย และเดินทางถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วงเช้าของวันที่ 15 กันยายน 2565 จากนั้นเดินทางพร้อมรถยนต์ที่ขับโดยใช้เรือเฟอร์รี่ของบริษัท ร. ไปยังอำเภอเกาะสมุย เมื่อไปถึงอำเภอเกาะสมุยนายโอเลขับรถไปส่งจำเลยที่หน้าห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 10 นาฬิกา โดยเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2565 นายซัลมาน นายคอบาคอฟ คนสัญชาติคาซัคสถาน นายซิงกิส นายซิง คนสัญชาติเยอรมนี และนายเดนิล คนสัญชาติรัสเซีย โดยสารรถตู้หมายเลขทะเบียน ฮค xxxx กรุงเทพมหานคร ซึ่งติดตัวอักษรคล้ายโลโก้รูปตัว L ไปติดต่อกับนายจณชัย ที่ บ. รีสอร์ท อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อขอเช่าห้องพักถึงวันที่ 16 กันยายน 2565 โดยนายซิงกิสแสดงหลักฐานยืนยันตนประกอบการขอเช่า ได้ห้องพักหมายเลข จี 5 จี 8 และ จี 9 และนายเดนิลซึ่งมีลักษณะเหมือนคนสัญชาติจีน สามารถพูดภาษาไทยได้ แจ้งให้นายจณชัยช่วยติดต่อเช่ารถจักรยานยนต์ให้จำนวน 2 คัน ซึ่งติดต่อเช่าได้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก 125 สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กย สุราษฎร์ธานี xxxx และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก 125 สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กถ สุราษฎร์ธานี xxxx ต่อมาจำเลยไปติดต่อขอเช่าห้องพักที่ บ. รีสอร์ท ได้ห้องพักหมายเลข จี 7 จากนั้นนายซัลมานกับพวกซึ่งเป็นชายชาวต่างชาติทั้งหมดที่มาพร้อมกันขับรถตู้หมายเลขทะเบียน ฮค xxxx กรุงเทพมหานคร ออกไป ต่อมาจำเลยขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กย สุราษฎร์ธานี xxxx ที่นายเดนิลให้นายจณชัยติดต่อเช่าให้ออกไป วันที่ 15 กันยายน 2565 เวลา 12.57.56 นาฬิกา จำเลยขับรถจักรยานยนต์คันสีแดงไปจอดที่หน้า บ. ซิเนริตี้พร้อมกันกับรถตู้สีดำ แล้วจำเลยกับพวกเข้าไปใน บ. ซิเนริตี้ จากนั้นนายซัลมานขับรถจักรยานยนต์คันสีแดงออกไปพร้อมกับรถตู้สีดำ ต่อมากลุ่มชายชาวต่างชาติดังกล่าวกลับเข้ามาที่ บ. รีสอร์ท พร้อมกัน จากนั้นจำเลยขับรถจักรยานยนต์สีแดงกลับเข้ามา ในวันและเวลาเกิดเหตุตามฟ้องขณะที่ผู้เสียหายและนางเอคาเตรีนา ภริยาผู้เสียหาย คนสัญชาติรัสเซียกำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟ บ. มีกลุ่มชายชาวต่างชาติ 2 คน ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้เสียหายระบุว่าคือนายซัลมานและนายเดนิลเดินทางมาด้วยรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กย สุราษฎร์ธานี xxxx กับมีนายคอบาคอฟ นายซิงกิสและนายซิงเดินทางด้วยรถตู้สีดำ หมายเลขทะเบียน ฮค xxxx กรุงเทพมหานคร มายังร้านกาแฟ ชายชาวต่างชาติทั้งห้าคนเข้ามาพูดกับผู้เสียหาย จากนั้นผู้เสียหายใช้จำเลยในโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายนำเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมูลค่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 1,878,000 บาท แลกซื้อเป็นบิตคอยน์แล้วโอนเข้าบัญชีเงินดิจิทัลเลขที่ 1JHTiv7prSB1BsTjrngCLsuHrixxxxxxxx ของนายซิงต่อมากลุ่มชายชาวต่างชาติยกเว้นนายซัลมาน กลับไปนั่งรถตู้สีดำออกไป ส่วนนายซัลมานขับรถจักรยานยนต์ สีแดง คันหมายเลขทะเบียน 1 กย สุราษฎร์ธานี xxxx ออกไป ช่วงเวลาประมาณ 17 นาฬิกา จำเลยติดต่อนายโอเลให้ช่วยจองซื้อตั๋วโดยสารเรือเฟอร์รี่สำหรับยานพาหนะ ประกอบด้วยคนขับ 1 คน ผู้โดยสาร 4 คน ให้ด้วย ซึ่งนายโอเลจองผ่านระบบออนไลน์ให้ได้ ส่วนบิตคอยน์และเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซีธนาคารแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลว่า เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่มีมูลค่าตามตลาดที่แลกเปลี่ยนกัน โดยสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ หากมีผู้ซื้อรองรับตามหนังสือธนาคารแห่งประเทศไทยที่ให้ข้อมูลแก่พนักงานสอบสวน หลังเกิดเหตุผู้เสียหายใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ถ่ายภาพบาดแผลบริเวณใบหน้าและใบหูของผู้เสียหายไว้ด้วย ต่อมาศาลชั้นต้นออกหมายจับจำเลยและกลุ่มชายชาวต่างชาติทั้งห้าคนในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ ร่วมกันทำร้ายร่างกายและร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น
คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คริปโทเคอร์เรนซีหรือบิตคอยน์ที่มีการโอนไปนั้นมีมูลค่าอันจะถือได้ว่าเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 คริปโทเคอร์เรนซี หมายความว่า หน่วยข้อมูลอิเลกทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนระบบหรือเครือข่ายอิเลกทรอนิกส์โดยมีความประสงค์ที่จะใช้เป็นเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใด หรือแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ตามเอกสารซึ่งเป็นหนังสือธนาคารแห่งประเทศไทยจะระบุว่า เงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซียังไม่ถือว่าเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ผู้ทำธุรกรรมอาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ใช้บริการทางการเงิน กรณีถูกหลอกลวงหรือเกิดปัญหาในการทำธุรกรรมก็ตาม แต่หนังสือธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าวมีรายละเอียดว่า คริปโทเคอร์เรนซีมีราคาผันผวนสูงเป็นการแปรผันตามความต้องการของผู้ซื้อขาย และส่วนหนึ่งเกิดจากการเก็งกำไร ตามหลักปฏิบัติทั่วไป Bitcoin และเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซีจัดเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่มีมูลค่าตามตลาดที่แลกเปลี่ยนกัน สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้หากมีผู้ซื้อรองรับ และบุคคลทั่วไปสามารถถือครอง Bitcoin สำหรับข้อมูลราคาสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซด์ https.//coinmarketcap.com ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งรวมถึงการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีภายใต้พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 เมื่อปรากฏว่าผู้เสียหายต้องใช้เงิน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้นก็มีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 1,878,000 บาท แลกเปลี่ยนเป็นบิตคอยน์เพื่อโอนให้กับกลุ่มของคนร้าย สิ่งที่ผู้เสียหายต้องเสียไปอันเนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนเงินตราไปเป็นคริปโทเคอร์เรซีซึ่งมีรูปร่างบนระบบหรือเครือข่ายอิเลกทรอนิกส์ จึงมีราคาและอาจถือเอาได้ในจำนวนที่ไม่น้อยกว่ามูลค่าของเงินที่โอนไปประมาณ 1,878,000 บาท หาได้ปราศจากมูลค่าและไม่มีรูปร่างแต่อย่างใด เงินที่ถูกโอนไปเป็นทรัพย์จึงครบองค์ประกอบความผิดเกี่ยวกับทรัพย์แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยต่อไปว่า จำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาหรือไม่ เห็นว่า เหตุเกิดในเวลากลางวัน ผู้เสียหาย นางเอคาเตรีนาและนายโบนปายเฮียน ต่างเบิกความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในร้านกาแฟ สอดคล้องเชื่อมโยงกันในสาระสำคัญ ทั้งสอดคล้องกับเอกสารและภาพถ่ายที่โจทก์อ้างส่งประกอบ โดยมีเอกสารแสดงถึงการโอนเงินออกไปจากบัญชีของผู้เสียหาย เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้เสียหาย นางเอคาเตรีนาและนายโบนปายเฮียน มีสาเหตุโกรธเคืองกับกลุ่มชายชาวต่างชาติทั้งห้าคนมาก่อนอันจะต้องร่วมกันเบิกความสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อปรักปรำให้ร้ายกลุ่มชายชาวต่างชาติ เมื่อดูภาพถ่ายของกลุ่มชายชาวต่างชาติทั้งหมดก็สามารถชี้ยืนยันตัวบุคคลได้ ความสอดคล้องของพยานโจทก์จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าเกิดเหตุการณ์ตามที่ผู้เสียหายเบิกความขึ้นจริง แม้คำเบิกความของพยานโจทก์จะมีข้อแตกต่างกันอยู่บ้างแต่ก็เป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อยหาทำให้คำของพยานโจทก์ปราศจากน้ำหนักจนไม่สามารถรับฟังได้แต่อย่างใด ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้เสียหาย นางเอคาเตรีนาและกลุ่มชายชาวต่างชาติจะเคยรู้จักสนิทสนมกันจนมีความไว้เนื้อเชื่อใจที่จะต้องโอนเงินในบัญชีของผู้เสียหายจำนวนมากให้กลุ่มชายชาวต่างชาติ ทั้งการโอนเงินยังจะต้องใช้ขั้นตอนในการเปลี่ยนสกุลเงินจากดอลลาร์สหรัฐไปเป็นบิตคอยน์ โดยก่อนนั้นมีการเข้าไปพูดคุยกับนางเอคาเตรีนาภริยาผู้เสียหายในทำนองว่านายซัลมานเคยต้องโทษจำคุกในคดีลักพาตัวเด็กมาแล้ว ทั้งยังได้ติดตามผู้เสียหายกับนางเอคาเตรีนามานานทราบถึงความเป็นอยู่อันผิดปกติวิสัยของการเข้าไปพูดคุยกันตามปกติ แต่มีลักษณะเป็นการข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัวในความปลอดภัยของบุคคลในครอบครัวโดยเฉพาะบุตรของผู้เสียหายที่ยังเยาว์วัย ซึ่งเป็นผลให้นางเอคาเตรีนาอยากจะกลับบ้านเพราะเกรงถึงความปลอดภัยของตนเองและบุตร และการพูดคุยดังกล่าวหาใช่เป็นการขอยืมเงินหรือติดตามทวงถามเงินกันตามปกติ ทั้งการต้องเปลี่ยนสกุลเงินจากดอลลาร์สหรัฐเป็นบิตคอยน์ก่อน ส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการติดตามความเคลื่อนไหวของเงินหลังจากมีการโอนไปแล้ว อันเป็นการปกปิดผลแห่งการกระทำให้ยากแก่การติดตามเมื่อเงินที่มีการเปลี่ยนแปลงและโอนไปนั้นมีจำนวนถึง 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้นคิดมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 1,878,000 บาท พฤติการณ์ดังวินิจฉัยมาข้างต้นจึงเป็นเครื่องสนับสนุนคำเบิกความของผู้เสียหายว่าการโอนเงินไปนั้นมิได้เกิดจากความสมัครใจ แต่เกิดจากการถูกบังคับขู่เข็ญของกลุ่มชายชาวต่างชาติซึ่งมีการชกต่อยทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย การยื้อแย่งเพื่อดูข้อมูลในโทรศัพท์เคลื่อนที่และพูดข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัวในความปลอดภัยในชีวิตของผู้เสียหายและครอบครัวเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายประการหนึ่ง ทั้งหลังจากนั้นยังร่วมกันใช้รถตู้และรถจักรยานยนต์ในการหลบหนีไป อันเป็นการใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าผู้เสียหายและภริยาถูกกลุ่มชายชาวต่างชาติทั้งห้าคนร่วมกันข่มขู่และประทุษร้ายเพื่อให้ผู้เสียหายยื่นส่งให้ซึ่งทรัพย์นั้นตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมา ข้ออ้างตามฎีกาของจำเลยไม่อาจรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าจำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน
พิพากษายืน
แหล่งที่มา : สรรหาฎีกาเด็ด