คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1725/2569

ขับรถชนแล้วใช้ปืนยิงถือเป็นเจตนาฆ่า จำเลยที่ 3 ตะโกน “เอามันให้ตาย” ผิดฐานผู้สนับสนุน ไม่ใช่ตัวการร่วม

คดีอาญา

ฎีกาย่อ

จำเลยทั้งสามมีความไม่พอใจโจทก์ร่วมที่ไม่จอดรถจักรยานยนต์เพื่อพูดคุยกับจำเลยทั้งสามเกี่ยวกับเรื่องที่โจทก์ร่วมตะโกนตำหนิจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขที่เคยไล่กัดโจทก์ร่วมมาก่อนเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 จึงขับรถกระบะติดตามไปทันทีเพราะอยากหาเรื่องโจทก์ร่วม โดยมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมเดินทางไปกับจำเลยที่ 1 ด้วย เมื่อถึงที่เกิดเหตุจำเลยที่ 1 เจตนาขับรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมอย่างรุนแรง จำเลยที่ 1 ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าโจทก์ร่วมอาจถึงแก่ความตายได้ ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วม จากนั้นจำเลยที่ 2 ซึ่งนั่งอยู่ในรถกระบะได้หยิบอาวุธปืนส่งให้แก่จำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม ถือว่าจำเลยที่ 2 ประสงค์จะถือเอาการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำของจำเลยที่ 2 ด้วย เมื่อกระสุนปืนไม่ถูกโจทก์ร่วม จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และการที่หลังจากรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมแล้ว จำเลยที่ 3 ซึ่งอยู่บริเวณกระบะท้ายรถกระบะตะโกนว่า เอามันให้ตาย แล้วจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนของกลางยิงโจทก์ร่วม ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน ด้วยการยุยงส่งเสริมและผู้ถูกยุยงส่งเสริมได้กระทำความผิดนั้น การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 84 แต่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน จึงเป็นการแตกต่างกันในสาระสำคัญอย่างมากย่อมลงโทษจำเลยที่ 3 ไม่ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง แต่การตะโกนของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวยังถือได้ว่าเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 86 ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษได้ จำเลยที่ 3 จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน และเมื่อความผิดฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชนเป็นความผิดลหุโทษซึ่ง ป.อ. มาตรา 106 บัญญัติว่า ผู้สนับสนุนในความผิดลหุโทษไม่ต้องรับโทษ จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับโทษในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 รถกระบะและอาวุธปืนของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 ใช้ในการกระทำความผิด สมควรริบตาม ป.อ. มาตรา 33 (1)

แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

https://deka.supremecourt.or.th/

ฎีกาเต็มสำหรับสมาชิก

เนื้อหาฉบับเต็มเปิดให้เฉพาะสมาชิก/ผู้มีสิทธิ์เข้าถึง

ติดต่อขอสิทธิ์เข้าถึง