ลูกจ้างเกษียณแล้วเซ็นรับเงินและไม่เรียกร้องอีก เรียกค่าชดเชยต่อไม่ได้

โดย เจตน์สฤษฎิ์ ไชยงค์ 07 Oct 2026 · 15:34 น. 4 ครั้ง คดีแรงงาน
ลูกจ้างเกษียณแล้วเซ็นรับเงินและไม่เรียกร้องอีก เรียกค่าชดเชยต่อไม่ได้
แชร์: คัดลอกแล้ว!

เรียกค่าชดเชย

และค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีได้หรือไม่ ?

ตัวอย่างเรื่อง เรียกค่าชดเชย จากคำพิพากษาศาลฎีกา 1162/2569

สรุปฎีกาแบบเข้าใจง่าย

อดีตประธานบริษัทซึ่งทำงานกับบริษัทและบริษัทในเครือมานานกว่า 20 ปี เกษียณอายุเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 วันที่เลิกจ้าง เขาลงชื่อในเอกสารรับเงิน 1,274,488 บาท พร้อมข้อความว่าได้รับเงินเต็มจำนวนแล้วและจะไม่เรียกร้องเงินใด ๆ จากการทำงานอีก ต่อมาเขาฟ้องเรียกค่าชดเชยและเงินอื่น ๆ หลายรายการ

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า เรียกค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างกับลูกจ้างตกลงกันล่วงหน้าเพื่อยกเว้นสิทธินี้ไม่ได้ แต่คดีนี้เป็นการตกลงเมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดแล้ว ลูกจ้างรู้จำนวนเงินที่ตนมีสิทธิได้รับ และตัดสินใจได้โดยอิสระ เอกสารรับเงินจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ใช้บังคับได้ สิทธิเรียกร้องที่สละไว้ระงับสิ้นไป ศาลฎีกาจึงให้ยกฟ้องในส่วนค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี

คำฟ้องของโจทก์

โจทก์ (อดีตประธานบริษัท) ฟ้องให้จำเลย (บริษัทนายจ้าง) จ่ายเงินหลายรายการ ได้แก่

  • โบนัส 3,847,439.76 บาท

  • ค่าชดเชย 6,205,548 บาท

  • ค่าภาษีเงินได้ที่จำเลยหักไว้ 1,140,677.24 บาท

  • ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม 1,087,711.40 บาท

  • ค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี 620,554.80 บาท

  • ค่าตอบแทนพิเศษ 9,269,594.80 บาท

  • ค่าเสียหาย 5,000,000 บาท

  • ค่าภาษีเงินได้ 9,510,034.10 บาท พร้อมภาษีที่จะเกิดในอนาคต

  • ดอกเบี้ย ร้อยละ 15 ต่อปี สำหรับเงินบางรายการ และร้อยละ 7.5 ต่อปี สำหรับอีกบางรายการ

คำให้การและแนวทางต่อสู้ของจำเลย

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ในชั้นฎีกา จำเลยยกประเด็นสำคัญว่า

  • เอกสารรับเงิน ล.3 และ ล.4 เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งทำให้สิทธิเรียกร้องที่แต่ละฝ่ายยอมสละระงับสิ้นไป ศาลอุทธรณ์เห็นด้วยในข้อนี้แล้ว

  • การที่ศาลอุทธรณ์ถือว่าการสละสิทธิค่าชดเชยและค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนฯ เป็นโมฆะนั้นไม่ชอบ เพราะโจทก์รู้เนื้อหาและสมัครใจทำข้อตกลง จึงผูกพันตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญา

ประเด็นสำคัญในฎีกา

  1. สละสิทธิล่วงหน้าไม่ได้: ค่าชดเชยและค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นเรื่องความสงบเรียบร้อยของประชาชน นายจ้างกับลูกจ้างตกลงล่วงหน้ายกเว้นไม่ได้ ข้อตกลงดังกล่าวเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 150)

  2. แต่ตกลงหลังสัญญาจ้างสิ้นสุดได้: เมื่อเลิกจ้างเพราะเกษียณแล้ว เกิดหนี้ที่นายจ้างต้องจ่าย ลูกจ้างตกลงระงับข้อพิพาทและยอมสละสิทธิได้

  3. เอกสารรับเงินเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ (มาตรา 850) และทำให้สิทธิที่สละไว้ระงับสิ้นไป (มาตรา 852)

  4. ข้อเท็จจริงที่ศาลให้น้ำหนัก: โจทก์เป็นประธานบริษัท ตำแหน่งสูงสุด ค่าจ้างสุดท้ายเดือนละ 12,856 ดอลลาร์สหรัฐ ทำงานมากกว่า 20 ปี รู้ว่าเป็นวันทำงานวันสุดท้าย ไม่อยู่ในภาวะเกรงกลัวนายจ้าง และรู้จำนวนเงินที่ตนมีสิทธิได้รับ

ผลของคดีแต่ละชั้นศาล

  • ศาลแรงงานภาค 1: พิพากษายกฟ้อง

  • ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงาน: แก้ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 6,170,832 บาท และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 1,087,711.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (8 ตุลาคม 2563) เพราะเห็นว่าการสละสิทธิสองรายการนี้เป็นโมฆะ

  • ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน: แก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น นอกจากนี้ให้เป็นไปตามศาลอุทธรณ์ ซึ่งยืนตามศาลแรงงานให้ยกฟ้องส่วนอื่น ผลสุดท้ายเป็นประโยชน์แก่จำเลย

เหตุผลของศาลฎีกา

  1. หลักกฎหมาย: ศาลฎีกายอมรับว่าการตกลงล่วงหน้ายกเว้นสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นโมฆะ แต่ไม่ใช่กรณีของคดีนี้

  2. เวลาที่ทำข้อตกลง: จำเลยเลิกจ้างเพราะเกษียณวันที่ 31 สิงหาคม 2563 สัญญาจ้างสิ้นสุดวันนั้น และเกิดหนี้ที่นายจ้างต้องชดใช้ การตกลงจึงเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ ไม่ใช่การสละสิทธิล่วงหน้า

  3. ลักษณะของข้อตกลง: ล.4 ให้จำเลยจ่าย 1,274,488 บาท โจทก์ลงชื่อว่าได้รับเงินเต็มจำนวนและไม่เรียกร้องเงินใด ๆ จากการทำงานอีก ต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผัน จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ

  4. ความสมัครใจ: ตำแหน่งและประสบการณ์ของโจทก์ รวมถึงการลงชื่อในวันทำงานวันสุดท้าย แสดงว่าตัดสินใจได้เอง ไม่ต้องเกรงกลัวนายจ้างอีกต่อไป

  5. ผลทางกฎหมาย: สัญญาใช้บังคับได้ ข้อตกลงไม่ขัดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน สิทธิเรียกร้องที่สละไว้ระงับสิ้นไป โจทก์จึงเรียกค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีอีกไม่ได้

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น