บทความ

ชายชู้ หญิงชู้ คู่สมรสฟ้องเรียกค่าทดแทนได้

 
ชายชู้
 
คดีฟ้องชู้ : คู่สมรสสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหาย ค่าทดแทนจาก ชายชู้ หรือ หญิงชู้ ได้โดยไม่ต้องหย่า
 
กฎหมายใหม่ (เกี่ยวกับการสมรสเท่าเทียม) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 เป็นต้นมา

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 13/2567 ว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า “สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้” ซึ่งขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 วรรคหนึ่ง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 | มาตรา 27 |
วรรค 1. บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน
วรรค 2. ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
วรรค 3. การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือเหตุอื่นใด จะกระทำมิได้

จากข้อขัดแย้งดังกล่าวจะเห็นได้ว่าบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง (กฎหมายเก่า) คุ้มครอง สิทธิของชายผู้เป็นสามีและหญิงซึ่งเป็นภริยาอย่างไม่เท่าเทียมกัน โดยให้ความคุ้มครองแก่สามีมากกว่า จึงเป็นการปฏิบัติต่อสิ่งซึ่งมีสาระสำคัญอย่างเดียวกันให้แตกต่างกัน เป็นการปฏิบัติต่อสามีและภริยาอย่างไม่เสมอกันในกฎหมาย ให้ความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างไม่เท่าเทียมกัน ทำให้ชายและหญิงมีสิทธิไม่เท่าเทียมกัน และเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม อันเป็นการขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม

ต่อมา มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 (สมรสเท่าเทียม)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 (กฎหมายใหม่)

วรรค 1. เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งและจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น
วรรค 2. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไปในทำนองชู้ หรือจากผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งในทำนองชู้ก็ได้

ดังนั้น บทบัญญัติมาตรา 1523 ใหม่ ที่บัญญัติให้ใช้คำว่า “คู่สมรส” แทนคำว่า “สามี” และ “ภริยา” และใช้คำว่า “ผู้” แทนหญิงอื่น ซึ่งครอบคลุมทุกเพศสภาพ (LGBTQ+) จึงไม่เป็นการเลือกปฏิบัติและไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญตามกฎหมายเดิมอีก

กรณีภริยาฟ้องชู้ = ภริยาสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ (ไม่จำกัดเพศ) ได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความสัมพันธ์แบบเปิดเผยหรือไม่
กรณีสามีฟ้องชู้ = สามีสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ (ไม่จำกัดเพศ) ได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความสัมพันธ์แบบเปิดเผยหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่โดนนอกใจสามารถฟ้องหย่าและฟ้องชู้ได้ทั้งสองทาง ยกตัวอย่างเช่น หากฝ่ายภริยาโดนนอกใจ ก็จะสามารถเรียกค่าทดแทนจากทั้งสามีและภริยาน้อยได้ ทั้งนี้ จะทำได้ก็ต่อเมื่อภริยาตามกฎหมายต้องฟ้องหย่าสามี และศาลพิพากษาให้ภริยาหย่าขาดจากสามีก่อน แต่ถ้าหากภริยาหย่ากับสามีด้วยความยินยอมโดยจดทะเบียนการหย่าแล้ว ภริยาจะฟ้องสามี (ที่นอกใจ) แล้วเรียกค่าทดแทนจากสามีไม่ได้

ส่วนกรณีที่หากภริยาไม่ฟ้องหย่าสามี ภริยามีสิทธิเพียงเรียกค่าทดแทนจากภริยาน้อยที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่า มีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวเท่านั้น ภริยาจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากสามีไม่ได้

หมายเหตุ : กฎหมายใหม่มีผลใช้บังคับวันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ดังนั้น การฟ้องร้องหลังจากวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้จะสามารถใช้สิทธิตามมาตรา 1523 ใหม่นี้ได้

ในการฟ้องเรียกค่าทดแทนเพราะเหตุที่มีการล่วงเกินทางประเวณีนี้ ถ้าสามีหรือภรรยายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายกระทำการตามมาตรา 1523 วรรคสองนั้น จะเรียกค่าทดแทนไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีกำหนดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการมีชู้หรือมีภรรยาน้อย เว้นแต่จะเป็นเหตุต่อเนื่องตลอดมา

คำพิพากษาฎีกาที่ 6851/2537 ภรรยาไม่ได้ยินยอมให้สามีมีภรรยาน้อยจึงเรียกค่าทดแทนจาก ภรรยาน้อยได้

คำพิพากษาฎีกาที่ 1620/2538 ภรรยาน้อยแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับสามีใน ทำนองชู้สาวมีอยู่ตลอดมาจนถึงวันฟ้องเป็นเหตุต่อเนื่องไม่ขาดอายุความ

หลักฐานการฟ้องชู้ มีอะไรบ้าง ?
1. สำเนาใบสำคัญการสมรส
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ฟ้องคดี
3. สำเนาใบเปลื่ยนชื่อของเรา หรือของคู่สมรส
4. ทะเบียนบ้านของผู้ฟ้องคดี
5. สูติบัตร (เฉพาะในกรณีมีบุตรด้วยกัน)
6. หลักฐานเกี่ยวกับอาชีพรายได้ของเราและคู่สมรส เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน
7. หลักฐานเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของเราและคู่สมรส เช่น สำเนาใบปริญญาบัตร
8. หลักฐานเกี่ยวกับการมีฐานะทางสังคมของเราและคู่สมรส เช่น การดำรงตำแหน่งนักการเมือง การประกอบอาชีพดารา หรืออาชีพที่มีคนรู้จักเป็นจำนวนมาก
9. หลักฐานเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงาน

หลักฐานเกี่ยวกับการเป็นชู้
1. หลักฐานการสนทนากันระหว่างชู้กับคู่สมรส ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เฟซบุ๊ก
2. หลักฐานรูปคู่ วิดีโอ ภาพถ่ายที่ได้จาการสืบชู้ ที่แสดงให้เห็นว่าตัวชู้กับคู่สมรส มีความสัมพันธ์กัน
3. หลักฐานการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ของคู่สมรส เช่น ใบเสร็จค่าที่พัก หลักฐานบันทึกการเดินทางจาก Google Map
4. หลักฐานการซื้อของให้กับระหว่างชู้กับคู่สมรส
5. หลักฐานการโอนเงินให้กันระหว่างชู้กับคู่สมรส
6. หลักฐานการถ่ายรูปของชู้ที่เป็นรูปเดี่ยว แต่อยู่ในสถานที่ของคู่สมรส หรือถ่ายรูปติดทรัพย์สินของคู่สมรส
7. พยานบุคคลที่รู้เห็นการเป็นชู้
ทั้งนี้ หลักฐานการเป็นชู้ ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นแสดงว่าชู้กับคู่สมรสมีเพศสัมพันธ์กัน

เตรียมหลักฐาน ติดต่อ ทนายความ เพื่อฟ้องคดี ต่อสู้คดี ทั่วราชอาณาจักร